SFT : บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
YE/2564 (ม.ค. - ธ.ค. 2564)
ภาพรวมธุรกิจ
การประกอบธุรกิจของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1.ผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูป สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามระบบการพิมพ์ได้แก่ ระบบการพิมพ์กราเวียร์ และระบบการพิมพ์ดิจิตอล 2.ผลิตภัณฑ์อื่น ได้แก่ แม่พิมพ์ (Printing Cylinder) และฟิล์มยืด (Stretch Film)
Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท
  • มีรายได้จากการดำเนินงานและกำไรสุทธิเติบโตขึ้ยจากปี 2563 ร้อยละ 17.2 และ 42.7 ตามลำดับ ซึ่งบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้  แม้ยังคงเผชิญหน้ากับสถานการณ์โควิด 19
  • มีการบริจาคคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การเรียนให้แก่โรงเรียน สกัด80 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
รายได้จากฉลากฟิล์มหดรัดรูป 97.21% รายได้จากการขายอื่นๆ 2.79%
ข้อมูลหลักทรัพย์
mai / INDUS
ราคาปิด SFT mai index 10.00 6.00 2.00 607.00 492.67 378.33 264.00 4-1-64 31-3-64 5-7-64 1-10-64 30-12-64
ณ วันที่ 31/12/64 SFT INDUS mai
P/E (เท่า) 25.81 33.85 58.21
P/BV (เท่า) 4.28 2.31 3.42
Dividend yield (%) 1.01 1.86 1.18
31/12/64 31/12/63 -
Market Cap (ลบ.) 3,102.00 1,980.00 N/A
ราคา (บาท/หุ้น) 7.05 4.50 N/A
P/E (เท่า) 25.81 29.52 N/A
P/BV (เท่า) 4.28 - N/A
CG Report:
Company Rating:
สรุปผลการดำเนินงานและคำอธิบายงบปี 2564
2564 2563 2562 2561
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 796.72 678.18 586.40  
ค่าใช้จ่าย 666.04 567.90 508.51  
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 111.75 78.18 56.90  
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 943.79 842.88 425.29  
หนี้สิน 205.76 185.14 197.22  
ส่วนผู้ถือหุ้น 738.03 657.75 228.07  
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 76.52 123.85 66.49  
กิจกรรมลงทุน -32.01 -260.35 -57.44  
กิจกรรมจัดหาเงิน -56.14 242.34 -14.13  
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.25 0.27 6.07  
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 28.41 29.22 26.60  
อัตรากำไรสุทธิ (%) 14.03 11.53 9.70  
D/E Ratio (เท่า) 0.28 0.28 0.86  
ROE (%) 16.01 17.65 24.95  
ROA (%) 16.28 17.39 18.31  
สรุปผลการดำเนินงาน
  • บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 793.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.31 ล้านบาท จากปี 2563 สาเหตุหลักจากการเติบโตอของการขายฉลากฟิลม์หดรัดรูปโดยระบบการพิมพการเวียร์ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และมีการเติบโตของการขายฟิล์มยืด ที่เพิ่มขึ้น
  • อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 28.4 ในปี 2564 ลดลงจากปี 2563 เล็กน้อย จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาต้นทุนวัตถุดิบ
  • กำไรสุทธิ มีมูลค่า 111.56 ล้านบาท ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 33.37 ล้านบาทจากปี 2563 โดยมาจากยอดขายของบริษัทฯ ที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด ประกอบกับการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่า
พัฒนาการที่สำคัญ
  • 2550 บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2550 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตให้บริการทางด้านฉลากสินค้าประเภทฟิล์มหดรัดรูป
  • 2551 บริษัทเริ่มใช้ระบบการพิมพ์กราเวียร์ 9 สี และมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
  • 2557 บริษัทขยายธุรกิจการพิมพ์ โดยเริ่มนำระบบการพิมพ์ดิจิตอลเข้ามาใช้ และซื้อเครื่องพิมพ์กราเวียร์ 10 สีเพิ่มเติม
  • 2563 บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)


แผนธุรกิจ

แผนการเติบโตของยอดขาย

บริษัทฯมีเป้าหมายการเติบของยอดขายจากผลิตภัณฑ์ฉลากฟิล์มหดรัดรูป 15-20% โดยเป็นการเติบโตในกลุ่มลูกค้าเดิม และ ขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเน้นกลยุทธ์ด้านราคา คุณภาพ บริการ และ ความสัมพันธ์ และเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และ ได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economics of Scale)

แผนด้านการเงิน

เนื่องจากบริษัทฯได้รับเงินจาก IPO ในเดือนตุลาคม ปี 2563 ทำให้บริษัทฯ มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างดี และ ลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการชำระหนี้คืนเงินกู้กับสถาบันการเงิน 

แผนด้านการลงทุน

1.       บริษัทฯ มีการลงทุนเครื่องจักร Line ผลิตที่ 5 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีประมาณเพิ่มขึ้น

2.       สร้างโรงงานแห่งที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตรองรับความต้องการลูกค้า และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยมีการวางไลน์ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Package) ด้วยระบบการพิมพ์แบบกราเวียร์ ภายใต้มาตรฐาน GMP เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

3.       มีการลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ Digital Flexible Packaging เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์และต่อยอด S Curve 

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ
  • ความเสี่ยงจากการจัดหาวัตถุดิบ และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: หลักการสั่งซื้อวัตถุดิบจะเป็นแบบกำหนดราคาล่วงหน้า ซึ่งสามารถลดความผันผวนในเรื่องของต้นทุนได้ในระยะเวลาหนึ่งๆ ทั้งนี้บริษัทได้มีมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงมีการสั่งซื้อวัตถุดิบขั้นต่ำล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบของบริษัท และรักษาอัตราการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้
  • ความเสี่ยงจากความเสื่อมสภาพของวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป: บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าคงคลังในรูปแบบต่างๆ เช่น ควบคุมคลังสินค้า รวมถึงบริหารสินค้าคงคลังโดยใช้ระบบ SAP B1 ที่เป็นระบบ ERP ที่สามารถควบคุมปริมาณสินค้าคงคลัง และอายุสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมไปถึงการควบคุมคุณภาพการขนส่งอีกด้วย
  • ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่: บริษัทไม่มีรายได้จากลูกค้ารายใดรายหนึ่งที่เกินกว่าร้อยละ 30 ของรายได้รวมจากการขายฉลากฟิล์มหดรัดรูปและแม่พิมพ์ บริษัทให้ความสำคัญกับรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมถึงสร้างฐานลูกค้าใหม่ผ่านคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ (Customer Value) ทำให้ลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทส่วนมากมีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กับบริษัทอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปี
รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท
  • 2560 ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001: 2015
  • 2563 ได้รับรางวัล Digital Print Excellence Award จาก HP Inc.
  • 2563 ได้รับรางวัล Corporate Excellence จาก Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2020
  • 2564 ได้รับรางวัล 2 Winners Awards (Shrink Sleeves) จาก HP Inkspiration Awards 2021
  • 2564 ได้การรับรองมาตรฐาน GHP HACCP
  • 2564 ได้รับรางวัล Leading Manufacturer and Distributor of Shrink Sleeve Labels Thailand 2021 จาก World Business Outlook Awards 2021
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 11/03/2564
นาย SUNG CHEONG TSOI (23.64%)
น.ส. จุไรรัตน์ พงษ์สอน (16.36%)
นาง สุกัญญา ทอย (14.55%)
นาย สมิทธ์ ทอย (7.27%)
นาง จารุณี ชินวงศ์วรกุล (6.61%)
อื่น ๆ (31.57%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://www.shrinkflexthailand.com
sft-ir@shrinkflexthailand.com
0-3853-8832
เลขที่ 68/2-5 หมู่ที่ 5 ตำบลบางสมัคร อำเภอบางปะกง ฉะเชิงเทรา 24130
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=SFT
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย