บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) จัดเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-bank Financial Institution) ดำเนินธุรกิจการให้บริการสินเชื่อขนาดเล็กแก่ลูกค้ารายย่อย (Microfinance) ภายใต้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในปัจจุบันสินเชื่อคงค้างของบริษัทฯ ประกอบด้วย 6 ผลิตภัณฑ์หลัก คือ สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อส่วนบุคคล (ไม่มีหลักประกัน) สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) สินเชื่อโฉนดที่ดิน สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ และสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทั่วไป
| 6M66 | 6M65 | 2565 | 2564 |
|---|
| รายได้ | 11,671.22 | 9,272.56 | 20,068.49 | 16,018.74 |
| ค่าใช้จ่าย | 6,785.64 | 4,602.69 | 10,502.02 | 7,709.40 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 2,270.18 | 2,756.17 | 5,093.09 | 4,944.55 |
| สินทรัพย์ | 138,498.04 | 115,822.25 | 128,066.20 | 98,389.84 |
| หนี้สิน | 109,111.61 | 88,981.98 | 98,975.60 | 73,521.34 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 29,386.43 | 26,840.27 | 29,090.60 | 24,868.50 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | -6,945.19 | -10,982.79 | -17,895.46 | -12,118.06 |
| กิจกรรมลงทุน | -279.75 | -280.45 | -417.70 | -562.10 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | 5,652.53 | 12,835.82 | 20,219.72 | 12,608.36 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.07 | 1.30 | 2.40 | 2.33 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | ||||
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 19.45 | 29.72 | 25.38 | 30.87 |
| D/E Ratio (เท่า) | 3.71 | 3.32 | 3.40 | 2.96 |
| ROE (%) | 16.39 | 20.48 | 18.88 | 21.71 |
| ROA (%) | 7.10 | 8.65 | 8.10 | 9.49 |
บริษัทฯ วางแนวทางการเติบโตในปี 2566 ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเปิดสาขาให้ครอบคลุมในระดับตำบล โดยมีเป้าหมายในการขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 600 สาขา จนครบจำนวน 7,200 สาขาภายในปี 2566
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างยั่งยืนกับลูกค้า โดยยึดหลักปฎิบัติในการให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า (Service Exellence Policy) ดังสโลแกนของบริษัทฯ "บริการใกล้ชิด ดุจญาติมิตรที่รู้ใจ" โดยมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ คือการเป็นบริษัทผู้ให้บริการสินเชื่อขนาดเล็กแก่ลูกค้ารายย่อยด้วยความรับผิดชอบ อันเป็นเป้าหมายที่บริษัทฯเชื่อว่าจะนำพาบริษัทฯ ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งความรับผิดชอบดังกล่าวได้สะท้อนออกมาในรูปของผลิตภัณฑ์สินเชื่อและการให้บริการ (CSR-in process)
ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2566
ปี 2535 บริษัท ดี.เอส.ลิสซิ่ง จำกัด ก่อตั้งโดยนายชูชาติ เพ็ชรอำไพ และนางดาวนภา เพชรอำไพ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2535 เพื่อประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ทั้งใหม่และมือสอง ต่อมาได้เพิ่มการให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ รวมทั้งเพิ่มประเภทรถไปสู่รถยนต์และรถเพื่อการเกษตร
ปี 2544 บริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด
ปี 2549 บริษัทฯ ขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
ปี 2557 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเริ่มซื้อขายเป็นครั้งแรก
ปี 2558 บริษัทฯ ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (ไมโครไฟแนนซ์) และสินเชื่อจำนำโฉนดที่ดิน
ปี 2561 บริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และเปิดตัวแอปพลิเคชั่น "เมืองไทย แคปปิตอล 4.0"
ปี 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยในการประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ, จัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ มีการออกและเสนอขายหุ้นกู้แก่ประชาชน (Public Offering) เป็นครั้งแรก
ปี 2564 มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ บริษัท เมืองไทย เพย์ เลเทอร์ จำกัด
ปี 2565 บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามให้การสนับสนุนวงเงินมูลค่า 6,200 ล้านบาทจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และ ธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC)
บริษัทฯ ยึดถือกรอบการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Framework) ตามมาตรฐานสากลของหลักการบริหารความเสี่ยง COSOERM และจัดให้มีการทบทวน และปรับปรุงนโยบายการบริหารความเสี่ยง คู่มือการบริหารความเสี่ยง นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณของบริษัทฯ จริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นกรอบในการบริหารธุรกิจและบริหารความเสี่ยงในองค์กรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันกาล
ปี 2565 บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายชื่อดัชนีหุ้นยั่งยืนหรือ Thailand Sustainability Investment (TSHI) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และได้รับการประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ หรือ ESG MSCI Index ในระดับ “AA” ในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค (Consumer Finance) โดย MSCI ข้อมูลเพิ่มเติม: https://investor.muangthaicap.com
| ณ วันที่ 30/06/66 | MTC | FIN | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 17.38 | 17.36 | 17.96 |
| P/BV (เท่า) | 2.76 | 1.87 | 1.46 |
| Dividend yield (%) | 2.42 | 3.09 | 3.12 |
| 30/06/66 | 30/12/65 | 30/12/64 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 83,210.00 | 80,560.00 | 124,550.00 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 39.25 | 38.00 | 58.75 |
| P/E (เท่า) | 17.38 | 15.92 | 23.89 |
| P/BV (เท่า) | 2.76 | 2.88 | 5.24 |