TU : บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
6M/2566 (ม.ค. - มิ.ย. 2566)
ภาพรวมธุรกิจ

บริษัทฯ เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก ซึ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมากว่า 46 ปี บริษัทฯ เป็นเจ้าของแบรนด์อาหารทะเลชั้นนำในตลาดต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งมีเครือข่ายในการจัดหาวัตถุดิบ ผลิต และกระจายสินค้าครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทฯ ได้ประกาศความมุ่งมั่นว่าจะเป็นผู้นำทางด้านอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก ตลอดจนใส่ใจดูแลทรัพยากรต่างๆ เพื่อรักษาให้คงไว้แก่คนรุ่นหลัง

งบการเงิน
6M66 6M65 2565 2564
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 67,169.23 75,720.28 156,560.31 141,858.21
ค่าใช้จ่าย 64,136.35 71,886.38 147,731.47 132,827.86
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2,050.22 3,369.36 7,138.00 8,013.00
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 182,343.28 171,414.86 182,569.47 166,604.04
หนี้สิน 99,002.67 108,546.89 94,438.04 104,390.64
ส่วนผู้ถือหุ้น 76,185.00 60,021.82 80,642.28 59,319.07
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 5,257.97 -1,360.41 5,870.75 6,292.03
กิจกรรมลงทุน -4,282.61 -1,370.05 -5,414.69 -8,103.69
กิจกรรมจัดหาเงิน -3,047.01 -4,368.81 2,741.95 4,582.91
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.41 0.69 1.47 1.66
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 15.99 17.20 17.49 18.24
อัตรากำไรสุทธิ (%) 3.49 4.48 4.73 5.83
D/E Ratio (เท่า) 1.19 1.73 1.07 1.68
ROE (%) 8.54 13.83 10.20 14.37
ROA (%) 4.38 5.54 4.90 6.90
แผนธุรกิจ

ในปี 2566 ไทยยูเนี่ยนปรับเป้าการเติบโตของยอดขายจากเดิมที่เติบโต 3%-4% จากปี 2565 เป็นลดลง 5%-6% จากปี 2565 และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากเดิมอยู่ที่ระดับประมาณ 17.5-18.0% เป็นประมาณ 16.5%-17.5% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อยอดขายคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 11.0-12.0% อย่างไรก็ตามไทยยูเนี่ยนมีแผนใช้เงินลงทุนลดลงเป็นจำนวน 5.5-6.0 พันล้านบาท พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันกำไรเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งรวมถึงการชะลอโครงการหรือกิจกรรมทางการตลาด การเลือกจ้างงานหรือการเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน การเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการดำเนินงาน การปรับสัดส่วนระหว่างผลิตภัณฑ์ การลดขนาดธุรกิจและยกเลิกธุรกิจที่ไม่สามารถทำกำไร

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ได้ประกาศกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งถือเป็นการต่อยอดและก้าวกระโดดจากกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทที่ประกาศครั้งแรกในปี 2559 เพื่อช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเล ด้วยการดูแลคนและโลกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยมีการตั้งงบประมาณสำหรับการดำเนินงานถึง 7,200 ล้านบาท หรือ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้ร่วมมือกับองค์กรด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมระดับโลกในการประกาศกลยุทธ์ความยั่งยืนในครั้งนี้ ด้วยพันธกิจเพื่อความยั่งยืนทั้งสิ้น 11 ข้อ ที่ครอบคลุมการดูแลทั้งผู้คนและโลก

ไทยยูเนี่ยนมองว่าความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจและ SeaChange® เปรียบเสมือน license to operate ที่จะทำให้เราดำเนินธุรกิจได้ในปัจจุบัน และยังคงสามารถเป็นผู้นำต่อเนื่องได้ในอนาคต พร้อมสนับสนุนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของลูกค้าหลักๆ ของเรา โดยเฉพาะลูกค้าในประเทศ US และยุโรป

Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท

ผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 ไทยยูเนี่ยนสามารถคงอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 16.9% เท่ากับปีที่ผ่านมาท่ามกลางสถานการณ์ที่วัตถุดิบมีราคาสูง โดยมีกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 8.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และสามารถรักษากระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่งที่ 3.3 พันล้านบาท ทั้งนี้บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในหลายๆ ตลาดทั่วโลกแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถเห็นผลประกอบการที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนได้ในครึ่งปีหลังของปี 2566  

โดยธุรกิจที่กลับมาเติบโตในไตรมาสนี้คือธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปบรรจุกระป๋อง หรือธุรกิจหลักของเรา สามารถทำสถิติใหม่ได้ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา หลักๆมาจากสินค้าแบรนด์ที่เติบโต 5% YoY โดยได้รับอานิสงค์จากการปรับราคาขาย และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ที่มากขึ้น โดยเฉพาะในทวีปยุโรป 

นอกจากนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.30 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราจ่ายการปันผลสูงถึง 70.3 เปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิ

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

ไทยยูเนี่ยนรายงานยอดขายไตรมาส 2/2566 ที่ 34,057 ล้านบาท ลดลง 12.6% จากยอดขายที่แข็งแกร่งในปีก่อนหน้า เนื่องจากความต้องการซื้อชะลอตัวจากการที่ลูกค้ามีการระบายสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูงและจากการขนส่งที่กลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงรายได้จากค่าขนส่งที่ลดลง ซึ่งบางส่วนถูกชดเชยด้วยราคาที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นลดลง 12.7% มาอยู่ที่ 5,748 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16.9% กำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 1,029 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินการตามปกติของธุรกิจได้แก่การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เครดิตภาษีเงินได้ที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจาก Dilution effect ของบริษัท ITC ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจ Red Lobster ที่ลดลง และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในไตรมาสก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของกำไรจากการดำเนินงานโดยบริษัทฯ 

พัฒนาการที่สำคัญ
  • John West เปิดตัวผลิตภัณฑ์สลัดทูน่าที่ผลิตจากโปรตีนทางเลือก 2 รสชาติได้แก่ สลัดอินเดียและฮาริสซา ซึ่งปราศจากส่วนผสมเทียม และจำหน่ายในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยผลิตภัณฑ์ทูน่าจากพืชมีจำหน่ายแล้วที่ร้านค้า Asda ทั่วสหราชอาณาจักร
  • MAREBLU เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Active pro ทูน่าสลัดในน้ำมันมะกอก และในน้ำเกลือโดยผลิตภัณฑ์ทูน่าสลัดนี้อุดมไปด้วยโปรตีนสูง มีจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าปลีกในอิตาลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทรนการบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี
  • สำหรับการลงทุนผ่าน CVC ของบริษัทฯ: Flying Spark เปิดตัวโรงงานใหม่ที่จังหวัดเพชรบุรีซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นบริษัทร่วมแห่งใหม่ของTU และเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านอาหารที่ผลิตผงโปรตีนทางเลือกที่มีความยั่งยืนสูงและน้ำมันจากตัวอ่อนแมลงวันผลไม้
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

บริษัทฯ มีการปลูกฝังวัฒนธรรมความเสี่ยงในกลยุทธ์ทางธุรกิจและการดำเนินงานทั้งองค์กร ทั้งผ่านทางการสร้างวัฒนธรรม นโยบาย โครงสร้างบทบาทความรับผิดชอบ และกรอบแนวทางการบริหารความเสี่ยงอ้างอิงมาตรฐานสากล COSO ERM และมีการติดตามแนวโน้มความเสี่ยงตัวชี้วัดความเสี่ยง และผลการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถลดระดับผลกระทบ และ/หรือ ลดโอกาสที่จะเกิดของความเสี่ยง โดยความเสี่ยงที่สำคัญในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ได้แก่ ราคาวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงผันผวนและราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับที่ต้องจับตามอง อย่างไรก็ตามค่าขนส่งและระยะเวลาในการขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งต่ำกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ประกาศกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® เพื่อจัดการกับความเสี่ยงทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท

- รางวัล 1 ใน 50 องค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุดของนักศึกษา

- “BEST TINNED SEAFOOD” award in the People Food Awards 2023 and 1st Place “On Trend” KEHE award  

- รางวัลชนะเลิศ สาขา Environmental & Social Risk Management (ESRM) Pioneer Award 2023 

โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
อาหารทะเลแปรรูป 48% อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น 35% อาหารสัตว์เลี้ยง 10% อื่นๆ 7%
ข้อมูลหลักทรัพย์
SET / AGRO / FOOD
ราคาปิด TU SET index 21.00 15.50 10.00 1714.00 1609.00 1504.00 1399.00 1-7-65 3-10-65 3-1-66 29-3-66 30-6-66
ณ วันที่ 30/06/66 TU FOOD SET
P/E (เท่า) 8.96 17.42 17.96
P/BV (เท่า) 0.71 1.50 1.46
Dividend yield (%) 6.80 3.32 3.12
30/06/66 30/12/65 30/12/64
Market Cap (ลบ.) 61,556.42 80,643.68 93,050.40
ราคา (บาท/หุ้น) 12.90 16.90 19.50
P/E (เท่า) 8.96 10.05 12.04
P/BV (เท่า) 0.71 1.29 1.59
CG Report:
Company Rating:
· A+ แนวโน้ม Positive (ประเมินโดย TRIS)
· A- แนวโน้ม Positive (ประเมินโดย JCR)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 30/06/2566
ครอบครัวจันศิริ (19.71%)
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (7.87%)
ครอบครัวนิรุตตินานนท์ (6.93%)
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (6.64%)
MITSUBISHI UFJ MORGAN STANLEY SECURITIES CO., LTD. (5.00%)
อื่น ๆ (53.85%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://thaiunion.com
ir@thaiunion.com
0-2298-0024 Ext. 4260, 4270 หรือ 4276
อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น M, 979/12 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=TU
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย