MINT : บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
YE/2566 (ม.ค. - ธ.ค. 2566)
ภาพรวมธุรกิจ

เป็นผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลาและให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบันเทิงและธุรกิจจัดจำหน่าย

งบการเงิน
2566 2565 2564 2563
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 153,049.24 124,205.85 76,211.26 58,695.64
ค่าใช้จ่าย 131,319.57 109,942.55 86,299.02 75,927.84
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 5,407.06 4,286.37 -13,166.51 -21,407.34
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 359,195.92 358,209.76 369,632.89 362,326.52
หนี้สิน 271,901.37 275,600.79 290,140.46 286,002.61
ส่วนผู้ถือหุ้น 76,637.22 71,058.94 68,022.67 66,980.90
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 38,017.10 30,139.17 13,025.67 -2,499.68
กิจกรรมลงทุน -8,264.06 -111.83 9,209.86 -10,531.24
กิจกรรมจัดหาเงิน -38,918.26 -31,881.52 -23,710.57 24,949.29
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.65 0.54 -2.83 -4.71
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 44.60 43.51 31.76 15.55
อัตรากำไรสุทธิ (%) 3.98 3.64 -18.60 -38.68
D/E Ratio (เท่า) 3.11 3.34 3.65 3.75
ROE (%) 7.32 6.16 -19.51 -30.06
ROA (%) 5.81 4.38 -2.41 -5.74
แผนธุรกิจ

บริษัทยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม โดยการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า สำหรับแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2566 - 2569) บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อยู่ที่ร้อยละ 8-10 ต่อปี ตามการคำนวนแบบ CAGR การเติบโตของผลกำไรจะอยู่ที่ร้อยละ 15-20 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ จากการขยายเพิ่มของอัตรากำไรสุทธิและจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ในปี 2569 บริษัทมีเป้าหมายที่จะรักษา ROIC ให้อยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 10 และในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจให้ได้มากกว่า 63 ประเทศ มีโรงแรมมากกว่า 780 แห่ง (จาก 532 โรงแรม) และมีร้านอาหารกว่า 3,700 สาขา (จาก 2,645 สาขา) ทั่วโลก ผ่านแผนขยายธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Asset-Light ร่วมมือกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ ลดปริมาณการลงทุนและความเสี่ยง พร้อม ๆ กับการขยายธุรกิจไปทั่วโลก

กลยุทธ์หลักในการมุ่งสู่เป้าหมาย ได้แก่:

1) การผลักดันกลุ่มธุรกิจปัจจุบัน ประกอบด้วย 1) การสร้างแบรนด์โดยใช้กลยุทธ์ Flagship เช่น การเปิดร้าน Flagship สเวนเซ่นส์ที่หาดใหญ่ ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ในแบบท้องถิ่น 2) การเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับสินทรัพย์ เช่น การรีแบรนด์โรงแรม 3) กลยุทธ์ Cross-selling เพื่อให้มีความครอบคลุมมากขึ้นในตลาดเดิม 4) การผลักดันผลกำไร เช่น การเพิ่มราคาห้องพัก ปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านอาหารให้เล็กลง เป็นต้น

2) แผนการลดหนี้ แหล่งเงินที่จะใช้เพื่อการชำระหนี้และขยายธุรกิจมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีเป้าหมายในการลดอัตราส่วนหนี้สินส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น จาก 1.02 เท่า ณ สิ้นปี 2566 เป็น 0.8 เท่าภายใน 12 เดือน

3) การขยายธุรกิจผ่านโมเดล Asset-Light โดยการหาตลาดใหม่ นำเสนอแบรนด์โรงแรมและร้านอาหาร ขยายฐานลูกค้าในโปรแกรมความภักดี มองหาโอกาสในการเพิ่มแบรนด์ใหม่เพื่อรองรับลูกค้าแต่ละระดับในอุตสาหกรรมบริการ

4) การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน มุ่งมั่นในการบริหารงานผ่านโมเดลธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเพื่อการเติบโตในระยะยาว

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

สามารถติดตามรายละเอียดแผนการดำเนินงานเป้าหมายและผลการ

ดำเนินงานด้านความยั่งยืนได้ที่

https://www.minor.com/th/downloads/sustainability-reports

Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท

รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2566 ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตสูงกว่าระดับปี 2562 อย่างมาก

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานเติบโตร้อยละ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจโรงแรมจากความต้องการการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัท รวมถึงการกลับมารับประทานอาหารภายในร้าน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ส่งผลให้การดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารเติบโตขึ้น

บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) เติบโตอัตราร้อยละ 30 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 42,742 ล้านบาท เป็นอัตราการเติบโตมากกว่าการเติบโตของรายได้ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2566 เท่ากับ 7,132 ล้านบาท สูงกว่าระดับของปี 2562 โดยมีกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รวมไปถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความสามารถในการเปลี่ยนรายได้เป็นกำไรของบริษัท เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในส่วนของกำไร ส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2566 สูงสุดทำลายสถิติที่ผ่านมา

ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2566

ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจสัญญาการผลิต มีรายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโตร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายโดยรวมทุกสาขา ประกอบกับผลประกอบการจากกิจการร่วมค้าที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ การเพิ่มประสิทธิผลจากการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศจีน ส่งผลให้ EBITDA จากการดำเนินงานของกลุ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตราร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 6,746 ล้านบาท อีกทั้งอัตราการทำกำไร EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตเป็นร้อยละ 21.8 ในปี 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ร้อยละ 19.8

ธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้รวมเติบโตร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจทุกภาคส่วน EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่อัตราร้อยละ 32 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 35,730 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคาห้องพักที่สูงขึ้น การเติบโตของรายได้รวมทั้งหมดส่งผลให้อัตราการทำกำไร EBITDA จากการดำเนินงาน เติบโตเป็นร้อยละ 29.7 ในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ 28.1 ในปี 2565

ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ในปี 2566 ไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์ มีรายได้จากการดำเนินงาน ลดลงร้อยละ 12 แม้ไมเนอร์ สมาร์ท คิดส์ จะมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นแต่ไม่สามารถชดเชยผลการดำเนินงานที่ด้อยลงของแบรนด์อื่นในกลุ่มและผลกระทบจากการลดจำนวนสาขาของแบรนด์แฟชั่น นอกจากนี้ EBITDA จากการดำเนินงานของปี 2566 ลดลงร้อยละ 45 อยู่ที่ 267 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสาเหตุเดียวกันกับที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้อัตราการทำกำไร EBITDA ของไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์ ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 19.2 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 12.0 ในปี 2566

พัฒนาการที่สำคัญ

ในไตรมาส 4 ปี 2566

ร้านอาหาร เปิดร้านอาหารสุทธิจำนวน 38 สาขา โดยส่วนใหญ่เป็นแดรี่ ควีน สเวนเซ่นส์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี และกาก้าในประเทศไทย

โรงแรมและอื่น ๆ เปิดโรงแรมเอ็นเอช คอลเลคชั่น 1 แห่ง ในประเทศเยอรมัน ทิโวลี 1 แห่ง ในประเทศสเปน และรีแบรนด์โรงแรมเอ็นเอช 1 แห่ง เป็นอวานี ในประเทศโคลัมเบีย

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

สามารถติดตามรายละเอียดการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทได้ที่

แบบ 56-1One Report https://www.minor.com/th/investorrelations/

downloads/yearly-report

รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท

บริษัทได้รับรางวัล การจัดอันดับและการรับรองในด้านต่างๆ ทั้งในประเทศ

และระดับสากล สามารถติดตามรายละเอียดรางวัลและความสำเร็จที่ผ่าน

มาของบริษัทได้ที่

https://www.minor.com/th/about/awards/corporate

โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
โรงแรมและอื่นๆ 78% ร้านอาหาร 21% จัดจำหน่าย 1%
ข้อมูลหลักทรัพย์
SET / SERVICE / TOURISM
ราคาปิด MINT SET index 37.00 30.00 23.00 1725.00 1569.00 1413.00 1257.00 3-1-66 31-3-66 4-7-66 29-9-66 28-12-66
ณ วันที่ 28/12/66 MINT TOURISM SET
P/E (เท่า) 26.06 34.27 18.42
P/BV (เท่า) 2.14 1.79 1.36
Dividend yield (%) 0.81 0.46 3.32
28/12/66 30/12/65 30/12/64
Market Cap (ลบ.) 165,076.04 170,119.23 149,895.88
ราคา (บาท/หุ้น) 29.50 32.25 28.75
P/E (เท่า) 26.06 207.87 -
P/BV (เท่า) 2.14 2.35 2.78
CG Report:
Company Rating:
“A” แนวโน้ม “Stable” โดย ทริส เรทติ้ง
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 31/12/2566
บริษัท ไมเนอร์ โฮลดิ้ง (ไทย) จำกัด (15.92%)
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (11.01%)
นาย นิติ โอสถานุเคราะห์ (9.60%)
UBS AG SINGAPORE BRANCH (6.54%)
CREDIT SUISSE AG, SINGAPORE BRANCH (3.42%)
อื่น ๆ (53.51%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://www.minor.com
Feedback@minor.com
0-2365-7500
88 อาคารเดอะปาร์ค ชั้น 12 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=MINT
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย