เป็นผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลาและให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบันเทิงและธุรกิจจัดจำหน่าย
| 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|
| รายได้ | 153,049.24 | 124,205.85 | 76,211.26 | 58,695.64 |
| ค่าใช้จ่าย | 131,319.57 | 109,942.55 | 86,299.02 | 75,927.84 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 5,407.06 | 4,286.37 | -13,166.51 | -21,407.34 |
| สินทรัพย์ | 359,195.92 | 358,209.76 | 369,632.89 | 362,326.52 |
| หนี้สิน | 271,901.37 | 275,600.79 | 290,140.46 | 286,002.61 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 76,637.22 | 71,058.94 | 68,022.67 | 66,980.90 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 38,017.10 | 30,139.17 | 13,025.67 | -2,499.68 |
| กิจกรรมลงทุน | -8,264.06 | -111.83 | 9,209.86 | -10,531.24 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -38,918.26 | -31,881.52 | -23,710.57 | 24,949.29 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.65 | 0.54 | -2.83 | -4.71 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 44.60 | 43.51 | 31.76 | 15.55 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 3.98 | 3.64 | -18.60 | -38.68 |
| D/E Ratio (เท่า) | 3.11 | 3.34 | 3.65 | 3.75 |
| ROE (%) | 7.32 | 6.16 | -19.51 | -30.06 |
| ROA (%) | 5.81 | 4.38 | -2.41 | -5.74 |
บริษัทยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม โดยการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า สำหรับแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2566 - 2569) บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อยู่ที่ร้อยละ 8-10 ต่อปี ตามการคำนวนแบบ CAGR การเติบโตของผลกำไรจะอยู่ที่ร้อยละ 15-20 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ จากการขยายเพิ่มของอัตรากำไรสุทธิและจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ในปี 2569 บริษัทมีเป้าหมายที่จะรักษา ROIC ให้อยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 10 และในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจให้ได้มากกว่า 63 ประเทศ มีโรงแรมมากกว่า 780 แห่ง (จาก 532 โรงแรม) และมีร้านอาหารกว่า 3,700 สาขา (จาก 2,645 สาขา) ทั่วโลก ผ่านแผนขยายธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Asset-Light ร่วมมือกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ ลดปริมาณการลงทุนและความเสี่ยง พร้อม ๆ กับการขยายธุรกิจไปทั่วโลก
กลยุทธ์หลักในการมุ่งสู่เป้าหมาย ได้แก่:
1) การผลักดันกลุ่มธุรกิจปัจจุบัน ประกอบด้วย 1) การสร้างแบรนด์โดยใช้กลยุทธ์ Flagship เช่น การเปิดร้าน Flagship สเวนเซ่นส์ที่หาดใหญ่ ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ในแบบท้องถิ่น 2) การเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับสินทรัพย์ เช่น การรีแบรนด์โรงแรม 3) กลยุทธ์ Cross-selling เพื่อให้มีความครอบคลุมมากขึ้นในตลาดเดิม 4) การผลักดันผลกำไร เช่น การเพิ่มราคาห้องพัก ปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านอาหารให้เล็กลง เป็นต้น
2) แผนการลดหนี้ แหล่งเงินที่จะใช้เพื่อการชำระหนี้และขยายธุรกิจมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีเป้าหมายในการลดอัตราส่วนหนี้สินส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น จาก 1.02 เท่า ณ สิ้นปี 2566 เป็น 0.8 เท่าภายใน 12 เดือน
3) การขยายธุรกิจผ่านโมเดล Asset-Light โดยการหาตลาดใหม่ นำเสนอแบรนด์โรงแรมและร้านอาหาร ขยายฐานลูกค้าในโปรแกรมความภักดี มองหาโอกาสในการเพิ่มแบรนด์ใหม่เพื่อรองรับลูกค้าแต่ละระดับในอุตสาหกรรมบริการ
4) การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน มุ่งมั่นในการบริหารงานผ่านโมเดลธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
สามารถติดตามรายละเอียดแผนการดำเนินงานเป้าหมายและผลการ
ดำเนินงานด้านความยั่งยืนได้ที่
https://www.minor.com/th/downloads/sustainability-reports
รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2566 ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตสูงกว่าระดับปี 2562 อย่างมาก
บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานเติบโตร้อยละ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจโรงแรมจากความต้องการการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัท รวมถึงการกลับมารับประทานอาหารภายในร้าน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ส่งผลให้การดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารเติบโตขึ้น
บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) เติบโตอัตราร้อยละ 30 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 42,742 ล้านบาท เป็นอัตราการเติบโตมากกว่าการเติบโตของรายได้ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2566 เท่ากับ 7,132 ล้านบาท สูงกว่าระดับของปี 2562 โดยมีกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รวมไปถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความสามารถในการเปลี่ยนรายได้เป็นกำไรของบริษัท เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในส่วนของกำไร ส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2566 สูงสุดทำลายสถิติที่ผ่านมา
ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2566
ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจสัญญาการผลิต มีรายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโตร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายโดยรวมทุกสาขา ประกอบกับผลประกอบการจากกิจการร่วมค้าที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ การเพิ่มประสิทธิผลจากการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศจีน ส่งผลให้ EBITDA จากการดำเนินงานของกลุ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตราร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 6,746 ล้านบาท อีกทั้งอัตราการทำกำไร EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตเป็นร้อยละ 21.8 ในปี 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ร้อยละ 19.8
ธุรกิจโรงแรมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีรายได้รวมเติบโตร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจทุกภาคส่วน EBITDA จากการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่อัตราร้อยละ 32 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 35,730 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคาห้องพักที่สูงขึ้น การเติบโตของรายได้รวมทั้งหมดส่งผลให้อัตราการทำกำไร EBITDA จากการดำเนินงาน เติบโตเป็นร้อยละ 29.7 ในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ 28.1 ในปี 2565
ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ในปี 2566 ไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์ มีรายได้จากการดำเนินงาน ลดลงร้อยละ 12 แม้ไมเนอร์ สมาร์ท คิดส์ จะมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นแต่ไม่สามารถชดเชยผลการดำเนินงานที่ด้อยลงของแบรนด์อื่นในกลุ่มและผลกระทบจากการลดจำนวนสาขาของแบรนด์แฟชั่น นอกจากนี้ EBITDA จากการดำเนินงานของปี 2566 ลดลงร้อยละ 45 อยู่ที่ 267 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสาเหตุเดียวกันกับที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้อัตราการทำกำไร EBITDA ของไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์ ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 19.2 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 12.0 ในปี 2566
ในไตรมาส 4 ปี 2566
ร้านอาหาร เปิดร้านอาหารสุทธิจำนวน 38 สาขา โดยส่วนใหญ่เป็นแดรี่ ควีน สเวนเซ่นส์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี และกาก้าในประเทศไทย
โรงแรมและอื่น ๆ เปิดโรงแรมเอ็นเอช คอลเลคชั่น 1 แห่ง ในประเทศเยอรมัน ทิโวลี 1 แห่ง ในประเทศสเปน และรีแบรนด์โรงแรมเอ็นเอช 1 แห่ง เป็นอวานี ในประเทศโคลัมเบีย
สามารถติดตามรายละเอียดการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทได้ที่
แบบ 56-1One Report https://www.minor.com/th/investorrelations/
downloads/yearly-report
บริษัทได้รับรางวัล การจัดอันดับและการรับรองในด้านต่างๆ ทั้งในประเทศ
และระดับสากล สามารถติดตามรายละเอียดรางวัลและความสำเร็จที่ผ่าน
มาของบริษัทได้ที่
https://www.minor.com/th/about/awards/corporate
| ณ วันที่ 28/12/66 | MINT | TOURISM | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 26.06 | 34.27 | 18.42 |
| P/BV (เท่า) | 2.14 | 1.79 | 1.36 |
| Dividend yield (%) | 0.81 | 0.46 | 3.32 |
| 28/12/66 | 30/12/65 | 30/12/64 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 165,076.04 | 170,119.23 | 149,895.88 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 29.50 | 32.25 | 28.75 |
| P/E (เท่า) | 26.06 | 207.87 | - |
| P/BV (เท่า) | 2.14 | 2.35 | 2.78 |