PRIME เป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทนที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน ธุรกิจหลักของ PRIME ประกอบด้วย ธุรกิจพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ธุรกิจติดตั้ง Solar Rooftop และซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญากับภาคเอกชน (Private PPA) ธุรกิจบริการด้านวิศวกรรม (EPC) และติดตั้ง Solar Rooftop แบบครบวงจร ธุรกิจซื้อขายวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและโซลูชั่นเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
| 6M67 | 6M66 | 2566 | 2565 |
|---|
| รายได้ | 595.71 | 904.34 | 1,656.47 | 1,136.54 |
| ค่าใช้จ่าย | 683.10 | 964.44 | 2,708.31 | 1,290.91 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | -8.17 | 81.48 | -901.64 | 137.07 |
| สินทรัพย์ | 9,385.09 | 10,267.65 | 9,237.90 | 10,491.47 |
| หนี้สิน | 6,981.92 | 6,868.49 | 6,889.61 | 7,239.96 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 2,211.06 | 3,225.71 | 2,157.57 | 3,092.15 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 33.82 | -152.21 | -67.72 | -863.36 |
| กิจกรรมลงทุน | -160.83 | -693.27 | -746.00 | -1,588.14 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | 40.92 | -8.83 | -1.74 | 3,165.64 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.02 | -0.21 | 0.03 | |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 39.41 | 25.61 | 26.48 | 23.39 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | -1.14 | 10.30 | -53.86 | 13.13 |
| D/E Ratio (เท่า) | 2.91 | 2.02 | 2.93 | 2.23 |
| ROE (%) | -36.47 | 4.01 | -34.35 | 4.53 |
| ROA (%) | -8.89 | 1.70 | -8.01 | 1.84 |
PRIME มีแผนธุรกิจที่ลงทุนและพัฒนาในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ รวมไปถึงพลังงานธรรมชาติอื่นๆ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG GOALS) โดยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการแข่งขันในตลาด ผ่านการเข้าซื้อธุรกิจ พัฒนาโครงการใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก
PRIME วางเป้าหมายในการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings” โดยได้จัดตั้งทีมงาน SET ESG และได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากการดำเนินธุรกิจด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาด ในเดือน พฤษภาคม 2567 ทาง PRIME ได้เข้าร่วมการประเมินความยั่งยืนเพื่อคัดเลือกหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 กับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ารับการประเมิน
ในส่วนนโยบายมุ่งสู่ Net Zero โดยวิธี Science Bases Target ทาง PRIME ได้ลงนามความร่วมมือกับองค์การบริการจัดการก๊าซเรือนกระจก ( องค์การมหาชน ) เมื่อเดือนมกราคม 2567 โดยเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน พ.ศ. 2593 จากปีฐาน พ.ศ. 2565
สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 290.91 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 29.34% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2567และรายได้รวมสำหรับ 6 เดือนมีรายได้รวมทั้งสิ้น 702.61 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 35.61 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสาเหตุสำคัญมาจาก
PRIME มีรายได้รวมครึ่งปีแรก จำนวน 702.61 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 35.61 หรือคิดเป็นมูลค่า 388.55 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของส่วนแบ่งรายได้ในกลุ่มบริษัทร่วมได้ทยอยหมดระยะเวลาการรับเงินอุดหนุนรัฐบ ( Adder ) เป็นจำนวน 91.04 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 53.45 และการลดลงของรายได้ในธุรกิจบริการด้านวิศวกรรม ( EPC ) ติดตั้ง Solar Rooftop และรายได้ธุรกิจซื้อขายวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เป็นจำนวน 152.33 ล้านบาท ( 56.80% ) และ 170.60 ล้านบาท ( 74.53 %) ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
PRIME มีกำไรขั้นต้นครึ่งปีแรกจำนวน 229.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 7.07 ล้านบาท (3.17 %) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีต้นทุนจากการขาย การก่อสร้าง และบริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงินลดลงประกอบกับรายได้การขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งจากความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้นของโรงงานไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทประเทศไทย ประเทศไต้หวันและประเทศกัมพูชา รวมถึงมีการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติมในกลุ่มโรงไฟฟ้าประเทศไต้หวัน
ไตรมาส 2 ปี 2567 กลุ่มบริษัทสามารถส่งมอบโครงการ Private PPA ในประเทศไทย ขนาดกำลังการผลิต 0.85 เมกะวัตต์และเริ่มดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โดยคาดว่าสามารถสร้างรายได้ประมาณ 3.17 ล้านบาทต่อปี และอยู่ระหว่างเจรจาโครงการเพิ่มเติมอีก 10 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสรุปได้ภายในครึ่งปีหลังนี้
โครงการในประเทศไต้หวัน กลุ่มบริษัทเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ไถหนาน ประเทศไต้หวัน ขนาดกำลังการผลิต 5.14 เมกะวัตต์ โดยโครงการนี้คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 30 ล้านบาทต่อปี ภายในสิ้นปี 2567 โครงการโซล่าฟาร์มในไต้หวัน จะมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ รวมกำลังการผลิตรวมประมาณ 11 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และผลกำไรให้กับ PRIME อย่างมีนัยยะสำคัญซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
PRIME ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้นำหลักการบริหารความเสี่ยงองค์กร ตามกรอบการบริหารความเสี่ยงของ COSO มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ
สถานการณ์ตลาดหุ้นกู้มีความเสี่ยงในการระดมทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการระดมทุนในรูปแบบหุ้นกู้ในประเทศไทยเผชิญกับวิกฤติ จากผู้ออกหุ้นกู้บางกลุ่มเริ่มผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง และชะลอการลงทุนผ่านตลาดหุ้นกู้ อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทมีตั๋วแลกเงิน 43.75 ล้านบาท อายุ 2 ปี ที่ครบกำหนดในวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 โดยทางบริษัทฯ ได้ชำระคืนเมื่อ 17 พฤษภาคม 2567 เรียบร้อยแล้ว ในส่วนหุ้นกู้ที่จะมีครบกำหนดชำระคืนในเดือน มีนาคม 2568 ทางบริษัทมีแผนจัดการกระแสเงินสดเพื่อจัดการหนี้สินที่จะครบกำหนดชำระและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ
| ณ วันที่ 28/06/67 | PRIME | ENERG | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | - | 11.32 | 17.05 |
| P/BV (เท่า) | 0.68 | 0.97 | 1.22 |
| Dividend yield (%) | - | 4.85 | 3.53 |
| 28/06/67 | 28/12/66 | 30/12/65 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 1,531.61 | 2,595.24 | 5,701.01 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 0.36 | 0.61 | 1.34 |
| P/E (เท่า) | - | 23.82 | 331.24 |
| P/BV (เท่า) | 0.68 | 0.81 | 1.80 |