| 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|
| รายได้ | 46,011.37 | 45,433.86 | 48,185.10 | 48,168.59 |
| ค่าใช้จ่าย | 41,688.58 | 42,442.36 | 44,405.81 | 44,404.91 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 3,623.01 | 2,548.30 | 3,211.58 | 3,195.95 |
| สินทรัพย์ | 314,575.19 | 325,930.85 | 342,610.92 | 347,142.83 |
| หนี้สิน | 266,502.69 | 281,495.57 | 297,827.61 | 299,176.69 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 48,072.19 | 44,434.99 | 44,783.04 | 47,965.88 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | -4,848.04 | 4,390.27 | 6,598.77 | 186.65 |
| กิจกรรมลงทุน | -33.34 | -33.74 | -57.00 | -229.95 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -679.87 | -953.78 | -1,497.46 | -392.15 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.12 | 1.49 | 1.88 | 1.87 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | - | - | - | - |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 7.87 | 5.61 | 6.67 | 6.63 |
| D/E Ratio (เท่า) | 5.54 | 6.33 | 6.65 | 6.24 |
| ROE (%) | 7.83 | 5.71 | 6.93 | 6.80 |
| ROA (%) | 1.35 | 0.89 | 1.10 | 1.10 |
บริษัทมีแนวทางการดำเนินธุรกิจหลัก 2 ด้านเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ได้แก่
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้ง 3 มิติ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้านสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยด้วยการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการประกันชีวิต และด้านธรรมาภิบาล/เศรษฐกิจ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยการเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตด้านความใส่ใจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ Happy 'P' ดังนี้ Happy Place “บ้านมีสุข” โดยเป็นองค์กรที่ประกอบธุรกิจอย่างมี
ธรรมมาภิบาล ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติต่อพนักงาน คู่ค้า และพันธมิตรธุรกิจอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ตามหลักสิทธิมนุษยชน Happy Peace “ใจมีสุข”ด้วยการสร้างความสุขสงบทางใจให้กับลูกค้าให้หมดห่วงต่อภาระทางการเงินที่จะเกิดขึ้น หากเผชิญกับความไม่แน่นอนต่างๆในอนาคตผ่านการวางแผนทางการเงินรอบด้านและHappy People “เรามีสุข” เน้นย้ำการส่งต่อความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ด้วยการส่งเสริมการให้ความรู้ทางด้านการเงิน และการประกันชีวิต เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกกลุ่มและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า
“บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจและมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ มีช่องทางการขายที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินคุณภาพกว่า 10,000 คน ช่องทางการขายผ่านธนาคารกรุงเทพซึ่งมีความสัมพันธ์กันยาวนานกว่า 20 ปี พันธมิตรทางการขายอื่นๆ กว่า 10 แห่ง รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์ ทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง อีกทั้ง บริษัทฯ มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามความเสี่ยง (CAR Ratio) อยู่ที่ระดับ 441% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมั่นคงทางฐานะการเงินของบริษัทฯ
บริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2567 ทั้งสิ้น 3,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 46,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่เพิ่มขึ้น 2% จากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสามัญเป็นหลักและเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปที่เพิ่มขึ้น 2% ในส่วนของรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 0.2% จากปีที่ผ่านมา และมีผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 4.01% ในภาพรวมปี 2567 เบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัทขยายตัวเล็กน้อย คิดเป็น 2%เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับรวมยังคงใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญเป็นสัดส่วนหลักประมาณ 91% โดยบริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมแยกตามช่องทาง ดังนี้ ช่องทางธนาคาร 56% ช่องทางตัวแทน 38% และช่องทางอื่น ๆ 6% ตามลำดับ
กรุงเทพประกันชีวิตดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักการ “ความใส่ใจ”
มาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญขององค์กร เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศจากความใส่ใจ พร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจในทุกมิติทั้งต่อลูกค้า ตัวแทน ที่ปรึกษาทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงได้ปรับวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทและทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อการเติบโตในอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
บริษัทกำหนดทิศทางการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมกับกลยุทธ์เชิงธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันความเสี่ยงมีความสลับซับซ้อนมีปัจจัยที่กระตุ้นต่อการเกิดและการเพิ่มความเสี่ยงมาจากหลายทิศทาง อาจทำให้โอกาสในการเกิดความเสี่ยงสูงขึ้นรวมถึงอาจทำให้ผลกระทบของความเสี่ยงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บริษัทจึงได้กำหนดให้หน่วยงานจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานที่ต้องให้ระบุปัจจัยเสี่ยง ประเมิน และกำหนดการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน เป็นแนวปฏิบัติให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติการทุกฝ่ายมีความเข้าใจถึงกระบวนการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในตลอดจนกำหนดการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ ทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเกิดเหตุการณ์ ซึ่งระบุวิธีป้องกันและบริหารจัดการปัจจัยดังกล่าว
สามารถดูรายละเอียดรางวัลอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ https://www.bangkoklife.com/th/Investor/FinanceInfo?id=86
| ณ วันที่ 30/12/67 | BLA | INSUR | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 11.90 | 12.59 | 19.33 |
| P/BV (เท่า) | 0.75 | 1.03 | 1.40 |
| Dividend yield (%) | 2.27 | 3.46 | 3.23 |
| 30/12/67 | 28/12/66 | 30/12/65 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 36,029.64 | 34,151.32 | 49,092.52 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 21.10 | 20.00 | 28.75 |
| P/E (เท่า) | 11.90 | 13.83 | 15.31 |
| P/BV (เท่า) | 0.75 | 0.79 | 1.18 |