บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTT Global Chemical Public Company Limited) เกิดจากการควบบริษัทระหว่าง บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTCH) และ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) (PTTAR) โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 เพื่อเป็นแกนนำของธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท.
| 3M68 | 3M67 | 2567 | 2566 |
|---|
| รายได้ | 134,188.91 | 157,113.97 | 614,900.81 | 632,568.88 |
| ค่าใช้จ่าย | 135,111.65 | 152,550.80 | 625,108.21 | 618,410.67 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | -2,567.19 | -606.10 | -29,810.55 | 999.13 |
| สินทรัพย์ | 650,035.15 | 745,047.65 | 645,844.07 | 719,005.00 |
| หนี้สิน | 383,478.08 | 443,795.63 | 377,251.10 | 422,823.89 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 259,802.36 | 294,020.18 | 261,630.58 | 288,894.52 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 12,242.54 | 11,051.87 | 32,322.07 | 48,233.62 |
| กิจกรรมลงทุน | -1,859.57 | -7,103.47 | -3,889.24 | -12,147.56 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -6,876.80 | -2,935.19 | -33,737.46 | -25,122.78 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | -0.61 | -0.13 | -6.62 | 0.22 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 4.95 | 8.18 | 5.60 | 6.17 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | -1.95 | -0.38 | -4.88 | 0.14 |
| D/E Ratio (เท่า) | 1.44 | 1.47 | 1.40 | 1.43 |
| ROE (%) | -11.47 | 0.11 | -10.83 | 0.34 |
| ROA (%) | -3.10 | 1.91 | -2.79 | 1.94 |
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนและจุดต่ำสุดอุตสาหกรรมปิโตรเคมี บริษัทฯ ตั้งเป้าพลิกธุรกิจด้วย Holistic Optimization เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านต้นทุน เสริมศักยภาพการแข่งขัน และวางรากฐานสู่การเติบโตในอนาคต โดยตั้งเป้าลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ 5,500 ล้านบาทต่อปี ผ่านมาตรการลดค่าใช้จ่าย เสริมประสิทธิภาพองค์กร และเพิ่มสภาพคล่อง พร้อมขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value & Low Carbon Business)
นอกจากนี้ บริษัทฯ เป็นรายแรกที่จะนำเข้าอีเทนจากสหรัฐฯ มาใช้ในประเทศไทย ทดแทนวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว โดยไม่ต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโรงงาน ทั้งยังคงเดินหน้าผลักดันมาบตาพุดให้เป็น Specialty Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายศักยภาพของ allnex และขับเคลื่อนธุรกิจ Bio & Circularity เพื่อสร้างโซลูชันที่ยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ
บริษัทฯ ดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยพิจารณาตามกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่น“เป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต”
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Sustainability | PTT Global Chemical
ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับปตท.
บริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ ฐานลูกค้า รวมถึง วัตถุดิบหลักได้แก่ก๊าซอีเทน เพื่อใช้ในการผลิตโอเลฟินส์ซึ่งมีข้อได้เปรียบในด้านต้นทุนจากปตท. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
การทำธุรกิจอย่างครบวงจรทั้งในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
กระบวนการผลิตแบบครบวงจรของบริษัทฯ ประกอบไปด้วยกระบวนการผลิตของโรงกลั่นน้ำมัน อะโรเมติกส์ โอเลฟินส์ ที่มีการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ระหว่างกัน ทำให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ต้นน้ำโดยการต่อยอดธุรกิจไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ปลายน้ำได้อีกด้วย
การดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Performance Chemicals)
การลงทุนใน allnex ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ Coating Resins อันดับหนึ่งของโลก ช่วยขับเคลื่อนและเพิ่มโอกาสพัฒนาทางธุรกิจในเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ อีกทั้งยังมีแนวโน้มในการสร้างผลกำไรที่มีความเสถียรภาพได้อย่างต่อเนื่อง
ในไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 132,547 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/2567 แต่ลดลงร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากกลุ่มโรงกลั่นที่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดโลก ทั้งนี้ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศด้วยการใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้ของประเทศสหรัฐอเมริกาส่งผลกดดันต่อต้นทุนและความต้องการในการบริโภค
โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 5,377 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าร้อยละ 102 จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นประสิทธิภาพของบริษัทฯที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ด้านธุรกิจมีการปรับตัวดีขึ้นจากผลประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์เป็นหลัก ซึ่งเป็นผลจากการได้รับปริมาณก๊าซอีเทนในสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อน ด้านอัตรากำลังการผลิตของโรงโอเลฟินส์ในไตรมาส 1/2568 เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 80 สูงกว่าอัตราเฉลี่ยในอุตสาหกรรมของภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งราคาของกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ปรับสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สำหรับผลประกอบการของกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายของบริษัท allnex ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลเป็นหลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินการที่ลดลงเป็นผลจากการปรับโครงสร้างของ Vencorex อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับตัวลดลงจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เบนซีนที่ปรับลดลงเป็นหลัก ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีผลประกอบการทรงตัวโดย GRM อยู่ที่ 3.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิรวม 2,567 ล้านบาท (-0.61 บาท/หุ้น)
กุมภาพันธ์ 2568 บริษัทฯ ร่วมลงนามประสานความร่วมมือกับบริษัทในกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรทางธุรกิจในการดำเนินโครงการเพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มการนำเข้าอีเทนและดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2572
พฤษภาคม 2568 Commercial Court ประเทศฝรั่งเศสได้พิจารณาอนุมัติให้ Vencorex France และ Vencorex TDI เข้าสู่กระบวนการเลิกกิจการและชำระบัญชี (Liquidation Proceedings)
บริษัทฯ ยึดหลักการบริหารจัดการ GRC (Governance, Risk & Internal Control, and Compliance) โดยประเมินและติดตามปัจจัยความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายธุรกิจและความยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ได้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การบริหารความเสี่ยง | PTT Global Chemical
| ณ วันที่ 31/03/68 | PTTGC | PETRO | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | - | - | 15.78 |
| P/BV (เท่า) | 0.30 | 0.50 | 1.10 |
| Dividend yield (%) | 2.91 | 3.43 | 4.37 |
| 31/03/68 | 30/12/67 | 28/12/66 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 77,552.20 | 110,015.92 | 173,590.69 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 17.20 | 24.40 | 38.50 |
| P/E (เท่า) | - | - | - |
| P/BV (เท่า) | 0.30 | 0.42 | 0.61 |