TIGER : บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
3M/2568 (ม.ค. - มี.ค. 2568)
ภาพรวมธุรกิจ

TIGER ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) มีบริษัท ไทย อิงเกอร์ จำกัด (TEC) เป็นบริษัทแกน ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาทุกประเภท รวมทั้งงานออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

งบการเงิน
3M68 3M67 2567 2566
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 166.88 168.83 690.18 950.13
ค่าใช้จ่าย 168.64 168.28 737.97 943.90
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ -2.83 -0.81 -47.68 3.91
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 934.99 953.67 879.20 964.02
หนี้สิน 400.26 368.80 341.52 378.12
ส่วนผู้ถือหุ้น 537.33 587.03 540.17 587.85
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 71.56 -4.32 11.31 4.40
กิจกรรมลงทุน -23.19 -8.41 0.83 -19.97
กิจกรรมจัดหาเงิน -19.19 9.22 -22.01 0.48
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) -0.01   -0.10 0.01
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 8.14 8.14 1.34 7.68
อัตรากำไรสุทธิ (%) -1.77 -0.61 -6.99 0.29
D/E Ratio (เท่า) 0.75 0.63 0.64 0.65
ROE (%) -8.84 0.01 -8.45 0.67
ROA (%) -5.04 0.32 -4.95 0.79
แผนธุรกิจ

วิสัยทัศน์ และพันธกิจ

1. ดำเนินธุรกิจลงทุนในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (Construction Contractor) และขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุน โดยมุ่งเน้นพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ ตรงเวลา ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากลเป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถตอบสนองความความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน และสามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างสูงสุด

2.   ดำเนินการพัฒนาบุคลากร โดยการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพด้านการทำงาน รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน เน้นการทำงานอย่างมีความสุข ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

3.  มองหาโอกาสทางธุรกิจ มุ่งลงทุนในธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วม เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้และความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัท โดยไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเท่านั้น ทั้งนี้พิจารณาเลือกลงทุนในธุรกิจที่เหมาะสมกับกลุ่มกิจการ

4. ปรับรูปแบบการบริหารและการสื่อสารในองค์กรให้มีความคล่องตัว รวดเร็วและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยส่งเสริมการสื่อสารภายในองค์กรทั้งแบบเป็นทางการและแบบไม่เป็นทางการ มุ่งเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายและลดต้นทุน รวมถึงการรักษากระแสเงินสดและควบคุมความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างระมัดระวัง

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ และได้ปรับตัว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ภายใต้แนวนโยบายการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน โดยครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals 2030 : SDG 2030) ผนวกกับคุณค่าของ บริษัทฯ (TIGER VALUE)

ด้วยกลยุทธ์ 4 ประการ ได้แก่

1.    พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

2.   ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

3.   ใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบเพื่อความยั่งยืน

4.  สร้างคุณค่าที่โดดเด่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียและสังคม (Distinctive Value for stakeholders & society)

Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท

ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในช่วงต้นปี 2568 เผชิญกับความท้าทายที่สูงมากและเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง โดยเป็นผลกระทบด้านลบหลายด้าน ทั้งในเรื่องดีมานด์ที่หายไปอันเกิดจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่มีชะลอตัวลงอย่างมากอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความไม่แน่นอนของการส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน จากนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น และในด้านซัพพลาย อันได้แก่ ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง สถานการณ์เงินเฟ้อที่ทำให้วัสดุก่อสร้าง ค่าแรงและต้นทุนพลังงานขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมาจากสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยเมื่อช่วงสิ้นเดือนมีค. 2568 ซึ่งด้วยสาเหตุนี้ทำให้ภาครวมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในต้นปี 2568 ยังเป็นไปด้วยความท้าทายและยากลำบาก โดยในปี 2567 ที่ผ่านมาธุรกิจรับเหมาก่อสร้างติดอันดับหนึ่งของธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกกิจการมากที่สุด 

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

ในด้านผลการดำเนินงานของบริษัท บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในปี 2567 เป็นครั้งแรกในมูลค่าที่สูงถึง 48.22 ล้านบาท ในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทยังคงประสบผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่องอีกหนึ่งงวด จำนวน 2.95 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปิดต้นทุนโครงการเกินงบประมาณ (Project cost overrun) จากโครงการเอกชนหนึ่งโครงการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรส่วนบุคคล ที่แล้วเสร็จและปิดโครงการในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งบริษัทมีต้นทุนที่ใช้จริงในโครงการดังกล่าวเกินกว่างบประมาณที่วางไว้จำนวน 6.29 ล้านบาท อันเนื่องมาจากต้นทุนส่วนเพิ่มที่ไม่ได้ประมาณการไว้จากการแก้งานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในช่วงสุดท้ายของการตรวจรับงาน ในส่วนของยอดขายและรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 166.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดรายได้ที่ค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับจำนวนโครงการในมือที่จำนวนสูงถึง 16 โครงการ ด้วยสาเหตุของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้โครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งเริ่มมีความไม่มั่นใจในผลตอบรับของตลาดในอนาคตและชะลอการก่อสร้างลงเพื่อรอความชัดเจนของทิศทางในอนาคต โดยสาเหตุทั้งสองที่อธิบาย ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ของปี 2568 ยังประสบผลขาดทุนต่อเนื่องจำนวน 2.95 ล้านบาท

พัฒนาการที่สำคัญ

ถึงแม้การดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2568 ยังคงส่งผลขาดทุนประมาณ 2.95 ล้าน แต่บริษัทยังเชื่อถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเป็นสาระสำคัญในอนาคต เมื่อพิจารณาจากมูลค่าปริมาณงานในมือ (Construction Backlog) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่สุดเป็นประวัติการที่ 1,449 ล้านบาท

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

กลุ่มบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ในการรับมือต่อผลกระทบดังกล่าวหลายแนวทาง อาทิเช่น

1) ชะลอการรับและประมูลงานลง คงเหลือเพียงธุรกิจที่มีทิศทางที่ดีและมีอัตรากำไรขั้นต้นเพียงพอ   ด้วยเหตุผลที่บริษัทมีปริมาณงานในมือเป็นจำนวนมาก เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ในอนาคตอีกไม่น้อยกว่า 12 เดือน และประกอบที่สภาวะเศรษฐกิจในอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง บริษัทจึงพิจารณาหยุดประมูลงานและรับงานสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง แต่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกงานภาคเอกชนประเภทที่มีโอกาสในการเจริญเติบโต อันได้แก่ งานก่อสร้างโรงแรมรีสอร์ทที่ยังคงไปได้ดี และงานก่อสร้างโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่

2) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผ่านการพัฒนาบุคคลากรในองค์กร เริ่มในปี 2567 บริษัทเห็นว่าภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนในปัจจุบัน คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ด้วยการกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคคลากรให้องค์กรอย่างต่อเนื่อง

3) การติดตามปรับปรุงงบประมาณก่อสร้างสำหรับโครงการในปัจจุบัน และการควบคุมต้นทุนก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงให้เป็นไปตามงบประมาณ

ภายใต้สถานการณ์ที่ค่าครองชีพและวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทมีการติดตามและปรับปรุงงบประมาณก่อสร้างสำหรับโครงการในปัจจุบันใหม่ทั้งหมดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

4) กระแสเงินสดสำคัญที่สุด ตั้งแต่กลางปี 2566 เป็นต้นไป บริษัทพิจารณาให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดของกิจการโดยการเร่งวางบิล ร่วมกับการติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและติดตามลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน

โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
รายได้ภาครัฐบาล 29% รายได้ภาคเอกชน 71%
ข้อมูลหลักทรัพย์
mai / PROPCON
ราคาปิด TIGER mai index 1.00 0.50 0.00 428.00 349.33 270.67 192.00 1-4-67 8-7-67 3-10-67 3-1-68 31-3-68
ณ วันที่ 31/03/68 TIGER PROPCON mai
P/E (เท่า) - 92.86 37.47
P/BV (เท่า) 0.33 1.04 1.22
Dividend yield (%) - 1.92 3.80
31/03/68 30/12/67 28/12/66
Market Cap (ลบ.) 179.40 312.80 446.20
ราคา (บาท/หุ้น) 0.39 0.68 0.97
P/E (เท่า) - 31.89 -
P/BV (เท่า) 0.33 0.53 0.77
CG Report:
-
Company Rating:
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 12/03/2568
นาย จตุรงค์ ศรีกุลเรืองโรจน์ (37.22%)
นาย กิตติ ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ (27.20%)
นาย อนุรักษ์ เทียนทอง (19.70%)
นาย ไชยพงศ์ อัครกิตติ์จินดา (3.81%)
น.ส. เยาวเรศ ธงสิบเก้า (1.52%)
อื่น ๆ (10.55%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://www.thaienger.com
0-2886-7608
88 หมู่ที่ 4 ตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย นนทบุรี 11130
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=TIGER
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย