TIGER ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) มีบริษัท ไทย อิงเกอร์ จำกัด (TEC) เป็นบริษัทแกน ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาทุกประเภท รวมทั้งงานออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
3M68 | 3M67 | 2567 | 2566 |
---|
รายได้ | 166.88 | 168.83 | 690.18 | 950.13 |
ค่าใช้จ่าย | 168.64 | 168.28 | 737.97 | 943.90 |
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | -2.83 | -0.81 | -47.68 | 3.91 |
สินทรัพย์ | 934.99 | 953.67 | 879.20 | 964.02 |
หนี้สิน | 400.26 | 368.80 | 341.52 | 378.12 |
ส่วนผู้ถือหุ้น | 537.33 | 587.03 | 540.17 | 587.85 |
กิจกรรมดำเนินงาน | 71.56 | -4.32 | 11.31 | 4.40 |
กิจกรรมลงทุน | -23.19 | -8.41 | 0.83 | -19.97 |
กิจกรรมจัดหาเงิน | -19.19 | 9.22 | -22.01 | 0.48 |
กำไรต่อหุ้น (บาท) | -0.01 | -0.10 | 0.01 | |
อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 8.14 | 8.14 | 1.34 | 7.68 |
อัตรากำไรสุทธิ (%) | -1.77 | -0.61 | -6.99 | 0.29 |
D/E Ratio (เท่า) | 0.75 | 0.63 | 0.64 | 0.65 |
ROE (%) | -8.84 | 0.01 | -8.45 | 0.67 |
ROA (%) | -5.04 | 0.32 | -4.95 | 0.79 |
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
1. ดำเนินธุรกิจลงทุนในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (Construction Contractor) และขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุน โดยมุ่งเน้นพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ ตรงเวลา ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากลเป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถตอบสนองความความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน และสามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างสูงสุด
2. ดำเนินการพัฒนาบุคลากร โดยการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพด้านการทำงาน รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน เน้นการทำงานอย่างมีความสุข ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต
3. มองหาโอกาสทางธุรกิจ มุ่งลงทุนในธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วม เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้และความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัท โดยไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเท่านั้น ทั้งนี้พิจารณาเลือกลงทุนในธุรกิจที่เหมาะสมกับกลุ่มกิจการ
4. ปรับรูปแบบการบริหารและการสื่อสารในองค์กรให้มีความคล่องตัว รวดเร็วและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยส่งเสริมการสื่อสารภายในองค์กรทั้งแบบเป็นทางการและแบบไม่เป็นทางการ มุ่งเน้นการบริหารค่าใช้จ่ายและลดต้นทุน รวมถึงการรักษากระแสเงินสดและควบคุมความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ และได้ปรับตัว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ภายใต้แนวนโยบายการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน โดยครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals 2030 : SDG 2030) ผนวกกับคุณค่าของ บริษัทฯ (TIGER VALUE)
ด้วยกลยุทธ์ 4 ประการ ได้แก่
1. พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2. ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
3. ใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบเพื่อความยั่งยืน
4. สร้างคุณค่าที่โดดเด่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียและสังคม (Distinctive Value for stakeholders & society)
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในช่วงต้นปี 2568 เผชิญกับความท้าทายที่สูงมากและเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง โดยเป็นผลกระทบด้านลบหลายด้าน ทั้งในเรื่องดีมานด์ที่หายไปอันเกิดจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่มีชะลอตัวลงอย่างมากอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความไม่แน่นอนของการส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน จากนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น และในด้านซัพพลาย อันได้แก่ ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง สถานการณ์เงินเฟ้อที่ทำให้วัสดุก่อสร้าง ค่าแรงและต้นทุนพลังงานขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมาจากสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยเมื่อช่วงสิ้นเดือนมีค. 2568 ซึ่งด้วยสาเหตุนี้ทำให้ภาครวมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในต้นปี 2568 ยังเป็นไปด้วยความท้าทายและยากลำบาก โดยในปี 2567 ที่ผ่านมาธุรกิจรับเหมาก่อสร้างติดอันดับหนึ่งของธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกกิจการมากที่สุด
ในด้านผลการดำเนินงานของบริษัท บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในปี 2567 เป็นครั้งแรกในมูลค่าที่สูงถึง 48.22 ล้านบาท ในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทยังคงประสบผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่องอีกหนึ่งงวด จำนวน 2.95 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปิดต้นทุนโครงการเกินงบประมาณ (Project cost overrun) จากโครงการเอกชนหนึ่งโครงการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรส่วนบุคคล ที่แล้วเสร็จและปิดโครงการในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งบริษัทมีต้นทุนที่ใช้จริงในโครงการดังกล่าวเกินกว่างบประมาณที่วางไว้จำนวน 6.29 ล้านบาท อันเนื่องมาจากต้นทุนส่วนเพิ่มที่ไม่ได้ประมาณการไว้จากการแก้งานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในช่วงสุดท้ายของการตรวจรับงาน ในส่วนของยอดขายและรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 166.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดรายได้ที่ค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับจำนวนโครงการในมือที่จำนวนสูงถึง 16 โครงการ ด้วยสาเหตุของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้โครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งเริ่มมีความไม่มั่นใจในผลตอบรับของตลาดในอนาคตและชะลอการก่อสร้างลงเพื่อรอความชัดเจนของทิศทางในอนาคต โดยสาเหตุทั้งสองที่อธิบาย ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ของปี 2568 ยังประสบผลขาดทุนต่อเนื่องจำนวน 2.95 ล้านบาท
ถึงแม้การดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2568 ยังคงส่งผลขาดทุนประมาณ 2.95 ล้าน แต่บริษัทยังเชื่อถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเป็นสาระสำคัญในอนาคต เมื่อพิจารณาจากมูลค่าปริมาณงานในมือ (Construction Backlog) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่สุดเป็นประวัติการที่ 1,449 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ในการรับมือต่อผลกระทบดังกล่าวหลายแนวทาง อาทิเช่น
1) ชะลอการรับและประมูลงานลง คงเหลือเพียงธุรกิจที่มีทิศทางที่ดีและมีอัตรากำไรขั้นต้นเพียงพอ ด้วยเหตุผลที่บริษัทมีปริมาณงานในมือเป็นจำนวนมาก เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ในอนาคตอีกไม่น้อยกว่า 12 เดือน และประกอบที่สภาวะเศรษฐกิจในอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง บริษัทจึงพิจารณาหยุดประมูลงานและรับงานสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง แต่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกงานภาคเอกชนประเภทที่มีโอกาสในการเจริญเติบโต อันได้แก่ งานก่อสร้างโรงแรมรีสอร์ทที่ยังคงไปได้ดี และงานก่อสร้างโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่
2) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผ่านการพัฒนาบุคคลากรในองค์กร เริ่มในปี 2567 บริษัทเห็นว่าภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนในปัจจุบัน คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ด้วยการกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคคลากรให้องค์กรอย่างต่อเนื่อง
3) การติดตามปรับปรุงงบประมาณก่อสร้างสำหรับโครงการในปัจจุบัน และการควบคุมต้นทุนก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงให้เป็นไปตามงบประมาณ
ภายใต้สถานการณ์ที่ค่าครองชีพและวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทมีการติดตามและปรับปรุงงบประมาณก่อสร้างสำหรับโครงการในปัจจุบันใหม่ทั้งหมดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
4) กระแสเงินสดสำคัญที่สุด ตั้งแต่กลางปี 2566 เป็นต้นไป บริษัทพิจารณาให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดของกิจการโดยการเร่งวางบิล ร่วมกับการติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและติดตามลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน
ณ วันที่ 31/03/68 | TIGER | PROPCON | mai |
---|---|---|---|
P/E (เท่า) | - | 92.86 | 37.47 |
P/BV (เท่า) | 0.33 | 1.04 | 1.22 |
Dividend yield (%) | - | 1.92 | 3.80 |
31/03/68 | 30/12/67 | 28/12/66 | |
---|---|---|---|
Market Cap (ลบ.) | 179.40 | 312.80 | 446.20 |
ราคา (บาท/หุ้น) | 0.39 | 0.68 | 0.97 |
P/E (เท่า) | - | 31.89 | - |
P/BV (เท่า) | 0.33 | 0.53 | 0.77 |