TU : บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
3M/2568 (ม.ค. - มี.ค. 2568)
ภาพรวมธุรกิจ

บริษัทฯ เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก ซึ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมากว่า 48 ปี บริษัทฯ เป็นเจ้าของแบรนด์อาหารทะเลชั้นนำในตลาดต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งมีเครือข่ายในการจัดหาวัตถุดิบ ผลิต และกระจายสินค้าครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทฯ ได้ประกาศความมุ่งมั่นว่าจะเป็นผู้นำทางด้านอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก ตลอดจนใส่ใจดูแลทรัพยากรต่างๆ เพื่อรักษาให้คงไว้แก่คนรุ่นหลัง

งบการเงิน
3M68 3M67 2567 2566
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 29,976.95 33,467.86 139,570.53 137,212.85
ค่าใช้จ่าย 28,887.69 31,682.40 131,266.41 129,241.14
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,019.25 1,153.07 4,984.89 -13,933.21
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 158,168.92 162,035.30 154,912.37 165,450.32
หนี้สิน 101,939.21 97,764.43 98,599.69 99,433.08
ส่วนผู้ถือหุ้น 48,451.75 56,780.01 48,635.02 58,628.23
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 248.48 1,314.74 14,525.21 11,241.45
กิจกรรมลงทุน -4,213.31 -3,224.07 -6,561.54 -6,578.86
กิจกรรมจัดหาเงิน 1,920.06 -4,737.68 -13,854.11 -2,404.67
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.24 0.24 1.08 -3.15
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 18.84 17.28 18.51 17.06
อัตรากำไรสุทธิ (%) 4.11 4.21 4.35 -9.62
D/E Ratio (เท่า) 1.81 1.52 1.75 1.51
ROE (%) 9.22 -20.10 9.29 -20.01
ROA (%) 5.13 5.15 5.62 4.66
แผนธุรกิจ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ครอบคลุมทุกประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายดังกล่าว ได้ปรับเป้าหมายทางธุรกิจประจำปี 2568 โดยพิจารณาจากสมมติฐานตลอดทั้งปีภายใต้อัตราภาษีนำเข้า 10%

บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายที่ 1-3% จากปีก่อนหน้า อัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 18.0–19.0% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ในช่วง 13.5-14.0% โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ขณะที่วงเงินลงทุนรวมในปี 2568 ยังคงอยู่ที่ประมาณ 3.0–3.5 พันล้านบาท และยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน
  • ไทยยูเนี่ยนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความยั่งยืนสูงที่สุดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก โดยติดอันดับ 1% แรก ในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook
Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท
  • บริษัทฯ รายงานยอดขายลดลง 10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากผลดำเนินงานปกติที่ปรับตัวลดลง 6.9% ซึ่งสะท้อนจากยอดขายของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตในระดับปานกลาง นอกจากนี้ ยอดขายได้รับผลกระทบเชิงลบบางส่วนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.8% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไตรมาสแรก จากการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์
  • กำไรจากการดำเนินงานตามที่ปรับปรุง (ไม่รวม transformation costs) อยู่ที่ 1,199 ล้านบาท ลดลง 24.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายที่ลดลงและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น
  • กำไรสุทธิตามที่ปรับปรุง (ไม่รวม transformation costs) อยู่ที่ 1,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กำไรสุทธิตามที่ประกาศอยู่ที่ 1,019 ล้านบาท
  • สำหรับแนวโน้มในอนาคต บริษัทฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของการค้าโลก
การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

ไทยยูเนี่ยนรายงานยอดขายอยู่ที่ 29,789 ล้านบาท ลดลง 10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายจากผลการดำเนินงานปกติที่ลดลง และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5,611 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 18.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไตรมาสแรก โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและธุรกิจอาหารสัตว์ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น 12.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 4,710 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและ transformation costs ที่สูงขึ้นส่งผลให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายอยู่ที่ 15.8% (หรือ 14.8% หากไม่รวม transformation costs) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงมาอยู่ที่ 26 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อน กำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 291 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Avanti ต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 585 ล้านบาท และมีการบันทึกเครดิตภาษีเงินได้จำนวน 422 ล้านบาทจากการกลับรายการหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดครั้งเดียว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิตามที่ประกาศอยู่ที่ 1,019 ล้านบาท และหากไม่รวม transformation costs กำไรสุทธิตามที่ปรับปรุงจะอยู่ที่ 1,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากเครดิตภาษีเงินได้ดังกล่าว

พัฒนาการที่สำคัญ
  • สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Japan Credit Rating (JCR) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ที่ระดับ "A" พร้อมแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับปีก่อน
  • ไทยยูเนี่ยนได้รับการสนับสนุนเงินกู้ด้านความยั่งยืนทางทะเล หรือ Blue Loan วงเงินรวม 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) โดยเป็นการปล่อยวงเงินกู้ Blue Loan จาก ADB ให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของภาคการเงินที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มแข็งในทุกระดับขององค์กรทั่วโลก โดยตระหนักว่าการบริหารและลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ความมุ่งมั่นนี้ได้รับการสนับสนุนผ่านโครงสร้างธรรมาภิบาลที่ชัดเจน นโยบายความเสี่ยงที่ครอบคลุม และกรอบการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ โดยบริษัทฯ ได้นำปัจจัยด้านความเสี่ยงมาพิจารณาอย่างเป็นระบบในการวางแผนกลยุทธ์ การประเมินการลงทุน การประมาณการทางการเงิน ตลอดจนกระบวนการดำเนินงานประจำวัน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ความปลอดภัยด้านอาหาร และการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ได้ระบุปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่เอื้ออำนวย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (โดยเฉพาะปลาทูน่าและกุ้ง) และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท


โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
อาหารทะเลแปรรูป 50% อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น 28% อาหารสัตว์เลี้ยง 14% อื่นๆ 8%
ข้อมูลหลักทรัพย์
SET / AGRO / FOOD
ราคาปิด TU SET index 17.00 12.50 8.00 1529.00 1371.67 1214.33 1057.00 1-4-67 8-7-67 3-10-67 3-1-68 31-3-68
ณ วันที่ 31/03/68 TU FOOD SET
P/E (เท่า) 8.97 12.30 15.78
P/BV (เท่า) 0.92 1.26 1.10
Dividend yield (%) 6.19 4.86 4.37
31/03/68 30/12/67 28/12/66
Market Cap (ลบ.) 48,560.95 57,916.73 69,826.99
ราคา (บาท/หุ้น) 10.90 13.00 15.00
P/E (เท่า) 8.97 - 14.87
P/BV (เท่า) 0.92 1.00 0.89
CG Report:
Company Rating:
· A+ แนวโน้ม Stable (ประเมินโดย TRIS)
· A แนวโน้ม Stable (ประเมินโดย JCR)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 03/03/2568
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (9.16%)
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (7.26%)
นาย ธีรพงศ์ จันศิริ (5.94%)
MITSUBISHI UFJ MORGAN STANLEY SECURITIES CO.,LTD. (5.36%)
นาย เชง นิรุตตินานนท์ (4.50%)
อื่น ๆ (67.78%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://thaiunion.com
ir@thaiunion.com
0-2298-0024 Ext. 4260, 4270, 4274 หรือ 4275
อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น M, 979/12 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=TU
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย