ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องทั้งในด้านรายได้ กำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก อาทิ สงครามการค้า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว และบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัวหากมีการเปลี่ยนแปลง
ยิ่งไปกว่านั้น การดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของกลุ่มบริษัทในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจเช่าซื้อที่สามารถขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มบุคคลทั่วไปและกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ธุรกิจประกันภัยก็เดินหน้าขยายบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งประกันสุขภาพ ประกันรถยนต์ และผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ในส่วนของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าก็มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความหลากหลายของบริษัท อีกทั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่เคยประสบภาวะขาดทุนได้เริ่มฟื้นตัวและมีแนวโน้มผลขาดทุนลดลงในช่วงครึ่งปีแรกจากการปรับกลยุทธ์และการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว
| 6M68 | 6M67 | 2567 | 2566 |
|---|
| รายได้ | 41,729.61 | 37,709.92 | 79,233.19 | 69,641.67 |
| ค่าใช้จ่าย | 39,255.82 | 35,719.51 | 74,975.31 | 65,954.83 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 1,983.81 | 1,574.04 | 3,307.16 | 2,857.17 |
| สินทรัพย์ | 25,344.13 | 22,802.76 | 26,636.57 | 22,976.25 |
| หนี้สิน | 16,516.32 | 15,099.59 | 17,813.29 | 14,788.64 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 8,732.33 | 7,638.66 | 8,750.76 | 8,046.76 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 4,002.06 | 3,541.74 | 2,153.00 | 909.90 |
| กิจกรรมลงทุน | -1,893.16 | -492.95 | -744.54 | -1,352.40 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -3,244.86 | -3,297.64 | -1,121.49 | 854.64 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.84 | 0.66 | 1.39 | 1.19 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 13.74 | 13.12 | 13.25 | 13.23 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 4.76 | 4.19 | 4.19 | 4.21 |
| D/E Ratio (เท่า) | 1.87 | 1.96 | 2.02 | 1.81 |
| ROE (%) | 45.41 | 39.10 | 39.38 | 37.59 |
| ROA (%) | 20.01 | 17.32 | 17.34 | 17.82 |
ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นกลยุทธ์สำคัญ การลงทุนในธุรกิจเมกะเทรนด์ เช่น โซลูชันพลังงานสะอาด บริการคลาวด์ และธุรกิจให้เช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างธุรกิจโดยการยุติการดำเนินงานที่ไม่สร้างผลกำไร นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าผลักดันธุรกิจหลักด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะ iPhone รุ่นล่าสุด และอุปกรณ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI พร้อมนำเสนอโปรแกรมสนับสนุนทางการเงินและประกันภัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการขยายสาขาเพิ่ม เพื่อบรรลุเป้าหมายรวม 1,400 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG โดยมุ่งมั่นในการพัฒนาและดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยึดมั่นในแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่อง โดยบริษัทได้ดำเนินงานในทั้ง 3 มิติ ได้แก่
บริษัทแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มสินค้า ซึ่งรวมถึงรายได้จากบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ช่วยผลักดันภาพรวมให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูง บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตในอนาคตด้วยการลงทุนในธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ เช่น โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ การให้บริการเช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยการขยายสาขาหลักและปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร รวมถึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
รายได้ เท่ากับ 41,729.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,019.7 ล้านบาท (+10.7%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุหลักจากความสามารถในการรักษาการเติบโตของรายได้ของผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มสินค้า ซึ่งสะท้อนผ่านอัตราการเติบโตของยอดขายร้านค้าเดิม (SSSG%) ทั้งนี้ บริษัทสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้ภาพรวมของกลุ่มบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
กำไรขั้นต้น เท่ากับ 5,715.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 674.9 ล้านบาท (+13.4%) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้รวมเท่ากับ 13.7% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารโปรโมชั่นสินค้าที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและตลาด ส่งผลให้บริษัทยังคงสามารถมีรายได้จากการจัดจำหน่ายที่ยังคงเติบโตได้ดี
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เท่ากับ 3,276.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.3 ล้านบาท (+5.2%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของผลการดำเนินงานโดยรวม ทั้งนี้ บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กำไรสุทธิ เท่ากับ 1,983.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 409.8 ล้านบาท (+26.0%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง
ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 บริษัทมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 1,320 สาขา เพิ่มขึ้นสุทธิ 9 สาขาจากสิ้นปี 2567 โดยในครึ่งปีแรกนี้บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างรอบคอบ ด้วยการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร และเปิดสาขาใหม่ที่เป็นสาขาหลักของบริษัทภายใต้ชื่อแบรนด์ร้าน Studio7 และ BaNANA ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์หลักและขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักการบริหารความเสี่ยงตามแนวทางสากล ซึ่งครอบคลุมการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง การจัดให้มีกระบวนการควบคุมที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการกำหนดเพดานความเสี่ยง (Risk Limit) ที่ชัดเจนเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและรักษาเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว
| ณ วันที่ 30/06/68 | COM7 | COMM | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 12.57 | 15.25 | 14.76 |
| P/BV (เท่า) | 4.47 | 1.23 | 1.03 |
| Dividend yield (%) | 4.65 | 3.55 | 4.39 |
| 30/06/68 | 30/12/67 | 28/12/66 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 44,399.97 | 62,999.95 | 57,119.96 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 18.50 | 26.25 | 23.80 |
| P/E (เท่า) | 12.57 | 20.95 | 18.32 |
| P/BV (เท่า) | 4.47 | 8.01 | 7.58 |