SCGD : บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
9M/2568 (ม.ค. - ก.ย. 2568)
ภาพรวมธุรกิจ

ประกอบธุรกิจด้วยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และ

ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุตกแต่งพื้นผิว สุขภัณฑ์ และสินค้าเกี่ยวเนื่อง เช่น ปูนกาวยาแนว ท็อปเคาน์เตอร์ครัว และประตูหน้าต่าง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม ทั้งใน

ประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ แบรนด์ "COTTO" "SOSUCO" และ

"CAMPANA” ในประเทศไทย แบรนด์ “PRIME” และ “PREMIER” ใน

ประเทศเวียดนาม แบรนด์ “MARIWASA” ในประเทศฟิลิปปินส์และ แบรนด์ “KIA” ในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัทฯ มีช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและหลากหลาย ทั้งการจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายต่างๆ (Dealer) ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ รวมถึง มีการจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าของบริษัทฯเอง ซึ่งเป็นการจำหน่ายโดยตรงให้แก่ลูกค้ารายย่อยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

งบการเงิน
9M68 9M67 2567 2566
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 17,716.87 20,015.93 26,140.91 28,940.73
ค่าใช้จ่าย 16,402.29 18,668.50 24,584.02 27,217.63
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 743.68 730.26 809.88 327.75
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 37,063.86 40,277.86 39,823.15 41,650.84
หนี้สิน 17,378.88 19,745.04 19,117.26 20,338.92
ส่วนผู้ถือหุ้น 18,190.47 18,953.43 19,130.06 19,696.72
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 2,500.92 1,991.51 3,110.11 3,494.38
กิจกรรมลงทุน -1,387.73 -1,421.11 -1,730.04 -864.93
กิจกรรมจัดหาเงิน -2,082.16 -1,651.80 -2,329.97 802.12
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.45 0.44 0.49 0.28
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 27.67 25.72 25.52 23.59
อัตรากำไรสุทธิ (%) 4.23 3.72 3.13 1.64
D/E Ratio (เท่า) 0.88 0.96 0.92 0.95
ROE (%) 4.43 4.91 4.00 4.00
ROA (%) 3.95 4.31 2.00 2.00
แผนธุรกิจ

บริษัทฯ มีเป้าหมายเติบโตรายได้ 2 เท่าภายในปี 2573 โดยกำหนดกลยุทธ์

ในการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ดังนี้

1) ขยายธุรกิจสุขภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยอาศัยความแข็งแกร่งและ

การเป็นผู้นำของธุรกิจตกแต่งพื้นผิว

2) ต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจตกแต่งพื้นผิวในประเทศไทยทั้งด้าน

ผลิตภัณฑ์และช่องทางจัดจำหน่ายสู่ผู้นำในภูมิภาคอาเซียน

3) ขยายผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่องเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน

การให้บริการแบบครบวงจรในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ผ่านการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอสินค้าและความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในอาเซียน

4) บริหารห่วงโซ่อุปทานด้านการผลิตและจัดหาสินค้าให้มีประสิทธิภาพ

สูงสุด (Regional Optimization and Global Sourcing)

5) เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลกและกระบวนการ

ผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

บริษัทฯ กำหนดนโยบายดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้

เศรษฐกิจ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่า ตอบสนองความต้องการและความคาด

หวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

สังคม ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรมและเท่า

เทียม มุ่งมั่นสร้างความปลอดภัยสูงสุดในการทำงาน และถือมั่นในความรับ

ผิดชอบต่อสังคม

สิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ใช้

ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และรักษาสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

โดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% ในปี

2573 (จากปี 2563) และมุ่งสู่การปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ในปี 2593

Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท

กลยุทธ์ 4 x 4: การเติบโตยอดขาย 4 กลยุทธ์

  1. ตั้งเป้าให้ประเทศเวียดนามเป็นฐานผลิตและส่งออกที่สำคัญ ไตรมาส 3 ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น +47% YoY เป็นผลจากความได้เปรียบด้านต้นทุนที่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้
  2. เพิ่มกำลังการผลิตสินค้ากระเบื้องเกรซพอร์ซเลน ในประเทศเวียดนาม ทั้งสิ้น 5 ล้านตารางเมตร ในปี 2568 คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 19 ล้านตารางเมตร และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 45 ล้านตารางเมตร ในปี 2573
  3. เร่งขยายพอร์ตกลุ่มสินค้าใหม่ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตสินค้า โดยอาศัยศักยภาพด้านการจัดหาที่แข็งแกร่ง
  4. เติบโตพอร์ตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added, HVA) ซึ่งมี margin สูงกว่าสินค้า Commodity และสินค้าสำหรับกลุ่มตลาดกลางถึงตลาดมวลชน ตอบโจทย์ทุกกลุ่มสินค้าในช่วงตลาดชะลอตัว

กลยุทธ์ 4 x 4: เพิ่มความสามารถในการทำกำไร 4 กลยุทธ์

ในไตรมาสที่ 2 นี้ ต้นทุนพลังงานลดลงอยู่ที่ต่ำกว่า 29 บาทต่อตารางเมตร เป็นผลจาก

  1.  ลดต้นทุนด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง บริษัทเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และใช้พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มขึ้น รวมเป็นต้นทุนที่สามารถลดได้ทั้งสิ้น 37 ล้านบาทต่อปี
  2. ลดต้นทุนวัตถุดิบและบริหารจัดการฐานผลิตส่งออก บริษัทได้เจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ในไตรมาส 3 ลดลงได้อีก 21 ล้านบาท และ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ลดลงได้ทั้งสิ้นรวม 35 ล้านบาท
  3. ลดเงินทุนหมุนเวียน บริหารเงินทุนหมุนเวียน บริหารจัดการลูกหนี้ทางการค้า ลดดอกเบี้ยจ่ายได้ 29 ล้านบาทต่อปี
  4. ลดต้นทุนทางการเงิน จากการจ่ายคืนหนี้บางส่วน และรีไฟแนนซ์ ลดดอกเบี้ยได้ 33 ล้านบาท ต่อปี
การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

ใน 9 เดือนแรก เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2% และ EBITDA อยู่ที่ 2,513 ล้านบาท ลดลง -1% รายได้จากการขายอยู่ที่ 17,368 ล้านบาท ลดลง -11%

หากไม่รวมผลกระทบจากรายการ Non-recurring กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 811 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +11% และ EBITDA อยู่ที่ 2,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2% EBITDA on Sales อยู่ที่ 14.9% อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.6%

พัฒนาการที่สำคัญ
  1. มุ่งขยายธุรกิจสุขภัณฑ์สู่อาเซียน ยอดขายสุขภัณฑ์ในต่างประเทศ 9 เดือน อยู่ที่ 372 ล้านบาท เพิ่มผู้แทนจำหน่ายแล้วกว่า 181 ราย
  2. ต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจตกแต่งพื้นผิว โดยสินค้า SPC มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น +47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  3. เติบโตสินค้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Complementary product) ยอดขาย 312 ล้านบาท เติบโตขึ้น +17% จากปีก่อนหน้า
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

เนื่องจากความผันผวนของสถานการณ์การค้าโลก เช่น กำแพงภาษีสหรัฐฯ ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทย บริษัทฯจึงปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อผลการดำเนินงาน ตามกลยุทธ์ 4x4 โดยเน้นการเติบโตของธุรกิจ PRIME ประเทศเวียดนามให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญ เร่งขยายพอร์ตสินค้าในกลุ่มสินค้าใหม่และสินค้ากลุ่มตลาดกลางถึงตลาดมวลชนอย่างต่อเนื่องตอบโจทย์ทุกกลุ่มสินค้าในช่วงตลาดชะลอตัว รองรับความต้องการของตลาดทุกเซกเมนท์ และ ลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ

รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท
  • CGR ระดับ 5 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม รับผิดชอบต่อสังคม
  • สินค้าก๊อกน้ำ Xquisia คว้ารางวัลออกแบบ DEmark Design Award; German Design Award; red dot award 2025
  • สินค้าสุขภัณฑ์ รุ่น DUACT คว้ารางวัล German Design Award
  • สินค้ากระเบื้อง SAAN คว้ารางวัล DEmark Design Award
  • ธุรกิจ PRIME ประเทศเวียดนาม คว้ารางวัล Distinguished Business Certification
  • บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ และบริษัทสยามซานิแทรีแวร์อินดัสทรี คว้ารางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 วัฒนธรรมสีเขียว
  • บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ และบริษัทโสสุโก้ เซรามิค รับมอบประกาศนียบัตร เครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนจาก อบก.
โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
ธุรกิจตกแต่งพื้นผิว 76% ธุรกิจสุขภัณฑ์ 23% อื่นๆ 1%
ข้อมูลหลักทรัพย์
SET / PROPCON / CONMAT
ราคาปิด SCGD SET index 9.00 5.00 1.00 1539.00 1337.00 1135.00 933.00 1-10-67 2-1-68 28-3-68 2-7-68 30-9-68
ณ วันที่ 30/09/68 SCGD CONMAT SET
P/E (เท่า) 11.56 13.10 16.67
P/BV (เท่า) 0.44 0.80 1.21
Dividend yield (%) 4.03 3.66 3.67
30/09/68 30/12/67 28/12/66
Market Cap (ลบ.) 8,184.00 7,920.00 16,500.00
ราคา (บาท/หุ้น) 4.96 4.80 10.00
P/E (เท่า) 11.56 9.04 -
P/BV (เท่า) 0.44 0.42 0.76
CG Report:
Company Rating:
ESG Rating level A
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 13/08/2568
บริษัท กระเบื้องกระดาษไทย จำกัด (73.39%)
บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด (4.47%)
นาย ประทีป ตั้งมติธรรม (2.04%)
นาง นันทสิริ อัสสกุล (1.37%)
FINFLOOR S.P.A. (1.02%)
อื่น ๆ (17.71%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://www.scgdecor.com
scgdecor_ir@scg.com
0-2586-1088
1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=SCGD
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย