แบ่งเป็น 2 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจโรงแรม ในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ของตนเองได้แก่ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ (Centara Reserve), เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน (The Centara Collection), เซ็นทารา แกรนด์ (Centara Grand), เซ็นทารา (Centara), เซ็นทรา ไลฟ์ (Centara Life) และ โคซี่(COSI) รวมถึงธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมภายใต้สัญญาบริหารโรงแรม
2. ธุรกิจอาหาร ในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ของตนเอง คือ เดอะ เทอเรส, อาริกาโตะ และแฟรนไชส์ คือ มิสเตอร์โดนัท, เคเอฟซี, อานตี้แอนส์, เปปเปอร์ลันช์, ชาบูตง, โคล สโตน ครีมเมอรี่, โยชิโนยะ, โอโตยะ, โอโตยะ โอกิ คัตสึยะ, ราเมน คาเกทสึ อาราชิ และแบรนด์ร่วมค้าอื่นๆ ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ
| 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|
| รายได้ | 25,300.01 | 24,239.32 | 22,547.24 | 18,215.75 |
| ค่าใช้จ่าย | 21,904.45 | 21,139.87 | 19,787.38 | 16,893.60 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 1,992.90 | 1,752.99 | 1,248.10 | 398.08 |
| สินทรัพย์ | 62,728.02 | 60,760.63 | 54,203.61 | 48,165.59 |
| หนี้สิน | 40,113.55 | 39,810.90 | 34,185.63 | 29,274.86 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 22,407.84 | 20,713.99 | 19,675.06 | 18,518.13 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 6,196.38 | 6,622.37 | 4,920.64 | 4,198.65 |
| กิจกรรมลงทุน | -3,706.53 | -7,306.43 | -1,585.67 | -1,798.22 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -2,162.30 | 1,022.79 | -3,885.89 | -2,515.65 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.48 | 1.30 | 0.92 | 0.29 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 44.24 | 41.76 | 41.04 | 40.04 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 7.76 | 7.00 | 5.57 | 2.28 |
| D/E Ratio (เท่า) | 1.77 | 1.90 | 1.71 | 1.55 |
| ROE (%) | 9.24 | 8.68 | 6.54 | 2.18 |
| ROA (%) | 5.89 | 5.63 | 5.27 | 2.64 |
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้มีทบทวนยุทธศาสตร์การดําเนินธุรกิจของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทําให้เซ็นทาราก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 100 กลุ่มโรงแรมชั้นนําของโลก โดยมีวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน และได้ติดตาม ทบทวน และพัฒนาแผนกลยุทธ์ระยะ 5 ปีอย่างต่อเนื่อง และสําหรับธุรกิจอาหารมีการวางแผนการขยายสาขาในแบรนด์ที่มีศักยภาพ อีกทั้งเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ รวมถึงการร่วมมือแบบ Win -Win กับพาร์ตเนอร์เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจ การบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจขณะเดียวกันการรักษายอดขาย โดยการผสมผสานระหว่างช่องทางการขายผ่านทั้งออนไลน์หรือเดลิเวอรี่ และออฟไลน์ผ่านหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง
บริษัทฯ ให้ความสําคัญในการทํางานร่วมกันระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า ลูกค้า และชุมชน โดยมีเป้าหมายระยะยาว 2563-2572 ลดการใช้พลังงาน การใช้น้ำ ของเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ร้อยละ 20 จากปีฐาน 2562 เดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (Net Zero 2050) ผลักดันการใช้
พลังงานทางเลือกมากขึ้น
ธุรกิจโรงแรม: ปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 33 ล้านคน ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง 2.3 ล้านคน นักท่องเที่ยว 3 อันดับแรกได้แก่ มาเลเซีย 14%, จีน 14% และ อินเดีย 8% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด ในขณะที่มัลดีฟส์, ดูไบ และญี่ปุ่น มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10%, 5 และ 10% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2568 บริษัทฯได้เปิดให้บริการโรงแรมแห่งใหม่คือโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ และในเดือนกันยายน 2568 บริษัทฯ เข้าลงทุนในโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า โดยเข้าซื้อกิจการโรงแรมที่มีอยู่เดิมในประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาเป็นโรงแรมขนาดประมาณ 300 ห้อง คาดว่า จะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2/2569
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯมีโรงแรมภายใต้การบริหารงานทั้งสิ้น จำนวน 84 โรงแรม แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 51 โรงแรม และเป็นโรงแรมที่กำลังพัฒนา 33 โรงแรม ในส่วน 51 โรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วนั้น 22 โรงแรม เป็นโรงแรมที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ และ 29 โรงแรม เป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้สัญญาบริหาร
ธุรกิจอาหาร: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจํานวนสาขารวมทั้งสิ้น 1,429 สาขา (รวมแบรนด์ร่วมทุน) โดยแบรนด์ที่มีการขยายสาขาอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ อานตี้ แอนส์ (+20) ชินคันเซ็น ซูชิ (+19) มิสเตอร์ โดนัท (+15) เค เอฟ ซี (+11) และสลัดแฟคทอรี (+7)
โดยมีการปิดสาขาและแบรนด์ที่ไม่ทำกำไรเพื่อปรับปรุงอัตราการทำกำไรของบริษัทฯให้ดีขึ้นนอกจากนี้ ในไตรมาส 4/2568 ธุรกิจอาหารได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ ลัคกี้สุกี้ และลัคกี้บาร์บีคิว ทั้งนี้ คาดว่าผลการดำเนินงานของลัคกี้สุกี้จะเริ่มมีส่วนสนับสนุนผลประกอบการของธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป
ในปี 2568 บริษัทฯมีรายได้รวม 25,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 48% : 52% ขณะที่กำไรขั้นต้นรวม 14,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับปีก่อน บริษัทฯมี EBIT คิดจำนวนเงิน 3,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,993 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เทียบกับปีก่อน (รวมผลของรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว)
ธุรกิจโรงแรม: ในปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 12,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้นจำนวน 7,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีภาพรวมอัตราการเข้าพัก (OCC) เฉลี่ย 72% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) อยู่ที่ 5,922 บาท เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับปีก่อน ได้รับผลบวกจากการเติบโตของโรงแรมในประเทศไทย และโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก กอปรกับได้รับผลบวกจากการกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบหลังการปรับปรุงใหญ่ ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา
ธุรกิจอาหาร: ในปี 2568 มีรายได้รวม 12,982 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเทียบปีก่อน มีกำไรขั้นต้น 7,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และมีกำไรสุทธิ 874 ล้านบาท เติบโต 29% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ในปี 2568 ธุรกิจอาหาร มีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (%SSS) ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการเติบโตจากยอดขายรวม (%TSS) อยู่ที่ -1% เทียบกับปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 4% (ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุนและแบรนด์ เดอะ เทอเรสที่รับบริหาร)
บริษัทฯ มุ่งมั่นเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงให้เป็นส่วนสําคัญ
ของวัฒนธรรมองค์กร โดยความเสี่ยงใดที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุ
วัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของบริษัทจะต้องได้รับการบ่งชี้อย่างทันกาล
ประเมินระดับความเสี่ยงทั้งทางด้านโอกาสเกิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนั้นจะพิจารณาถึงต้นทุนและผลประโยชน์ของการจัดทําการควบคุมความเสี่ยงและจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่บริษัทยอมรับได้หรือลดระดับของความเสี่ยงโดยใช้กิจกรรมการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าบริษัทฯได้ป้องกันความสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้ตลอดจนมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเสี่ยงทางธุรกิจได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
| ณ วันที่ 30/12/68 | CENTEL | TOURISM | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 27.43 | 18.98 | 15.44 |
| P/BV (เท่า) | 2.14 | 1.40 | 1.19 |
| Dividend yield (%) | 1.72 | 2.21 | 3.71 |
| 30/12/68 | 30/12/67 | 28/12/66 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 46,237.50 | 46,575.00 | 59,062.50 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 34.25 | 34.50 | 43.75 |
| P/E (เท่า) | 27.43 | 30.83 | 44.70 |
| P/BV (เท่า) | 2.14 | 2.37 | 3.01 |