CREDIT : ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)
YE/2568 (ม.ค. - ธ.ค. 2568)
ภาพรวมธุรกิจ

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเป็นธนาคารพาณิชย์มากว่า 19 ปี ให้บริการด้านการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการให้บริการสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (MSME) และสินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อธุรกิจรายย่อย (Nano and Micro Finance) แก่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงให้บริการสินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน (Home Equity) และช่องทางธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Digital Platform)

งบการเงิน
2568 2567 2566 2565
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 19,145.37 18,701.42 16,604.31 13,451.43
ค่าใช้จ่าย 14,141.69 14,162.94 12,145.40 10,491.59
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 4,016.28 3,624.03 3,556.78 2,352.52
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 209,542.02 183,101.80 163,444.33 143,189.47
หนี้สิน 183,247.11 160,069.52 145,939.20 128,807.89
ส่วนผู้ถือหุ้น 26,294.91 23,032.28 17,505.13 14,381.58
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 2,107.46 -2,247.87 -4,286.36 -3,999.52
กิจกรรมลงทุน -661.98 799.27 -357.13 2,634.15
กิจกรรมจัดหาเงิน -1,180.33 1,470.36 4,652.85 1,405.04
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 3.25 2.95 3.05 4.56
อัตรากำไรขั้นต้น (%)        
อัตรากำไรสุทธิ (%) 20.98 19.38 21.42 17.49
D/E Ratio (เท่า) 6.97 6.95 8.34 8.96
ROE (%) 16.28 17.88 22.31 16.36
ROA (%) 4.42 4.59 4.58 3.21
แผนธุรกิจ

ไทยเครดิตมุ่งมั่นสู่การเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มลูกค้ารายย่อยด้วยรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างและสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชนคนไทยทุกภูมิภาค โดยกลยุทธ์หลักในปี 2569 ธนาคารยังคงเน้นกลยุทธ์การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ภายใต้เสาหลักยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง (High Flexibility) พร้อมเดินหน้ายกระดับ Digital Core Banking เพื่อเสริมศักยภาพให้กลุ่มลูกค้ารายย่อย พร้อมตั้งรับกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน ด้วยการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ SMEs อย่างรัดกุม ภายใต้กลยุทธ์การรักษา NIM ในภาวะดอกเบี้ยขาลง 

ในปี 2569 ไทยเครดิตยังคงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในอัตราเลขสองหลัก ส่วนต่างรายได้อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ 7.5-8.0% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ 42.0-44.0% Credit cost ที่ 1.50-2.00% และเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (%NPLs) ที่น้อยกว่า 4.5%

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

ไทยเครดิตเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ยึดมั่นในวิสัยทัศน์และพันธกิจที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้บริการทางการเงินที่ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเติบโตทางธุรกิจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยบริการไมโครไฟแนนซ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของธนาคารฯ และยกระดับชีวิตทางการเงินได้อย่างยั่งยืน รวมถึงมีส่วนช่วยเหลือเศรษฐกิจและสังคม ตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจ "Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ"

นอกจากนี้ ไทยเครดิตให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความรู้ด้านการเงินให้กับชุมชนและสังคม และเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านกิจกรรมต่างๆ ของไทยเครดิตด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่ออย่างสม่ำเสมอ 

1. ธนาคารสานต่อโครงการตังค์โต Know-How ปีที่ 9 โดยในปี 2568 มีผู้เข้าอบรมกว่า 68,444 คน และจัดอบรมไปแล้วกว่า 2,590 ครั้ง

2. ธนาคารได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ที่ระดับ “A” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

3. ธนาคาร ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ Sustainability Disclosure Recognition จากสถาบันไทยพัฒน์ 

4. ธนาคารได้รับการประเมิน “ดีเลิศ” (Excellent) หรือ 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก IOD

Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท

ธนาคารสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% YoY ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15.9% QoQ ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ ประกอบกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2568 มีกำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.95 บาทในไตรมาส 4 ปี 2568 และ 3.25 บาท สำหรับทั้งปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

กำไรสุทธิของธนาคารสำหรับปี 2568 เติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% YoY ปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่ 22.3% YoY จากการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังของธนาคาร และคุณภาพสินทรัพย์มีแนวโน้มดีขึ้น นอกจากนี้ ในปี 2568 ธนาคารมีการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ และเพื่อป้องกันลูกหนี้ตกชั้นเป็น Stage 2 และ Stage 3 ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ปรับตัวลดลงเท่ากับ 4.2% ในขณะที่ NPL Coverage ratio ยังอยู่ในระดับสูงที่ 158.4% เพิ่มขึ้นจาก 148.6% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต 

ในปี 2568 เงินให้สินเชื่อยังคงมีการขยายตัวอยู่ที่ 2.4% QoQ และขยายตัว 11.5% YTD โดยธนาคารมีอัตราส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 7.5% ลดลงเล็กน้อย QoQ นอกจากนี้กำไรสุทธิต่อส่วนของเจ้าของ (ROE) ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 16.28% ในปี 2568

พัฒนาการที่สำคัญ


แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

การบริหารความเสี่ยงถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของธนาคาร โดยธนาคารได้มีการวางแผนการกำกับดูแลความเสี่ยงที่มุ่งเน้นการพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบบริหารความเสี่ยงในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสมและครอบคลุมทุกด้านสำคัญ สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งตอบสนองต่อความท้าทายด้านคุณภาพสินเชื่อโดยเฉพาะในสถานะการณ์ที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ธนาคารฯ ไม่อาจควบคุมได้

นอกจากนี้ธนาคารได้จัดโครงสร้างองค์กรให้มีการถ่วงดุลอำนาจ และกระบวนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงยึดหลักธรรมาภิบาลที่ดีและมีระบบการรายงานติดตามความเสี่ยง เครื่องมือจัดการ ตลอดจนกระบวนการเพื่อใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนผ่านนโยบายบริหารความเสี่ยง

รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท
  • ธนาคารได้รางวัล "ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม" (Creativity Awards) และ รางวัล "ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเงินสู่ประชาชน" (The Financial Changemaker Award) จาก ก.ล.ต.
  • ธนาคารให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจการป้องกันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ ผ่านการร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สงครามข่าวลวง & รู้ไว้ไม่โดนหลอก” เพื่อถ่ายทอดความรู้และสร้างเกราะป้องกันภัยให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต
โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
รายได้ดอกเบี้ย 97.5% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 2.5%
ข้อมูลหลักทรัพย์
SET / FINCIAL / BANK
ราคาปิด CREDIT SET index 22.00 17.00 12.00 1424.00 1270.67 1117.33 964.00 2-1-68 31-3-68 3-7-68 1-10-68 30-12-68
ณ วันที่ 30/12/68 CREDIT BANK SET
P/E (เท่า) 4.74 8.32 15.44
P/BV (เท่า) 0.76 0.75 1.19
Dividend yield (%) 3.87 5.93 3.71
30/12/68 30/12/67 -
Market Cap (ลบ.) 19,140.01 22,844.53 N/A
ราคา (บาท/หุ้น) 15.50 18.50 N/A
P/E (เท่า) 4.74 7.20 N/A
P/BV (เท่า) 0.76 1.04 N/A
CG Report:
Company Rating:
Fitch Ratings - 'A(tha)/F1(tha)' with Stable Outlook Rating
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 15/05/2568
บริษัท วี เอ็น บี โฮลดิ้ง จำกัด (50.54%)
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (9.58%)
OCA INVESTMENT HOLDINGS I PTE LTD (7.52%)
นาย วิญญู ไชยวรรณ (4.88%)
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE A) NOMINEES LIMITED (4.21%)
อื่น ๆ (23.27%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://www.thaicreditbank.com
ir@thaicreditbank.com
0-2697-5300 Ext. 4197
123 อาคาร วี.วรรณ ทาวเวอร์ ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=CREDIT
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย