บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในฐานะ Supply Chain Platform Manager มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลไม้สดและแช่แข็ง ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ และคู่ค้า โดยเน้นกลยุทธ์ด้วยโมเดล Asset-light และบริหารห่วงโซ่อุปทานครบวงจรผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐาน 2Q2T เพื่อควบคุมคุณภาพ ปริมาณ เวลา และการตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
| 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|
| รายได้ | 2,524.96 | 1,118.51 | ||
| ค่าใช้จ่าย | 2,236.42 | 1,028.64 | ||
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 229.62 | 64.27 |
| สินทรัพย์ | 703.30 | 227.63 | ||
| หนี้สิน | 249.78 | 144.78 | ||
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 453.52 | 82.85 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 0.24 | 32.67 | ||
| กิจกรรมลงทุน | -57.68 | -0.84 | ||
| กิจกรรมจัดหาเงิน | 166.59 | -34.50 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.60 | 4.59 | ||
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 19.51 | 16.03 | ||
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 9.09 | 5.75 | ||
| D/E Ratio (เท่า) | 0.55 | 1.75 | ||
| ROE (%) | 85.62 | 77.58 | ||
| ROA (%) | 65.26 | 39.39 |
ในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้ยุทธศาสตร์ JUMP+ โดยมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ค้าสินค้าเกษตร สู่ Supply Chain Platform Manager ที่บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างครบวงจร ยืดหยุ่น และสร้างมูลค่าเพิ่มในทุกขั้นตอน โดยบริษัทฯ วางกลยุทธ์ขยาย Sourcing Network ให้ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของซัพพลาย ลดข้อจำกัดด้านฤดูกาล และรองรับความต้องการของลูกค้าได้ตลอดปี ในด้านสินค้า บริษัทฯ มุ่งกระจายความเสี่ยงผ่านการขยายไปยังผลไม้ชนิดใหม่และสินค้าแปรรูป เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ลดการพึ่งพาสินค้าหลักและเพิ่มการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยลงทุนในเทคโนโลยี เช่น ระบบคัดแยกอัตโนมัติ และ CT-Scan สำหรับตรวจสอบคุณภาพภายในของทุเรียนอย่างแม่นยำ รวมถึงการพัฒนาระบบ ERP เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และรองรับการเติบโตในระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก ผ่านพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ เพื่อเสริมศักยภาพในการเข้าถึงผู้บริโภคปลายทาง สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายผลักดันกำไรสุทธิแตะระดับ 1,030 ล้านบาท ภายในปี 2571 สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG โดยมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายลดลงสู่ระดับ 2.65 tCO2e/พนักงาน ภายในปี 2571 ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฮบริดและยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน ในด้านสังคม บริษัทฯ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และชุมชนในห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการถ่ายทอดความรู้ การพัฒนามาตรฐานการผลิต และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สำหรับด้านธรรมาภิบาล บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกรรมการผู้หญิงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 เสริมสร้างความหลากหลายในการกำกับดูแล พร้อมเดินหน้าสู่การรับรองจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย และจัดทำ Succession Plan เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนื่อจากการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร ผสานกับกลยุทธ์ Asset-light ที่ลดการถือครองสินทรัพย์ถาวรขนาดใหญ่ ทำให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวสูง สามารถปรับตัวได้รวดเร็วตามสภาวะตลาด และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการดำเนินงาน บริษัทฯ ยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพผ่านกรอบ 2Q2T (Quality, Quantity, Time, Temperature) ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกแหล่งสินค้า การควบคุมปริมาณให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด การบริหารจัดการเวลาอย่างแม่นยำ ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ ทำให้ผลไม้ส่งออกของบริษัทฯ โดยเฉพาะทุเรียน มีคุณภาพที่สม่ำเสมอในระดับพรีเมียม สร้างความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งในตลาดปลายทาง และเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา
ในปี 2568 บริษัทฯ สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น มีรายได้รวม 2,524.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.74% จากปีก่อนหน้าโดย มีแรงหนุนสำคัญจากอุปสงค์ทุเรียนในตลาดจีนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ไม่เพียงเติบโตในเชิงรายได้ แต่ยังยกระดับความสามารถในการทำกำไร โดยกำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 19.51% จากการบริหารคุณภาพสินค้าในระดับพรีเมียม การกำหนดราคาที่เหมาะสม รวมถึงการบริหารต้นทุนจัดซื้อได้อย่างมีประ สิทธิภาพ จากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 229.62 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.09% ตอกย้ำศักยภาพในการสร้าง ผลตอบแทน โดยผลการดำเนินงานเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่มาพร้อมความสามารถในการทำกำไร เป็นรากฐานในการต่อยอดสู่การขยายธุรกิจในระยะยาว นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนให้ได้เห็นถึงศักยภาพในการเป็น Growth Company ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการยกระดับองค์กรของบริษัทฯ โดยความสำเร็จในการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนใน mai เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 สะท้อนถึงความพร้อมด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใส และช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน เพื่อรองรับแผนการเติบ โตในระยะยาวอย่างมั่นคง ในด้านการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ ผ่านการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค อาทิ ทุเรียนแกะเนื้อและทุเรียนแช่แข็ง เพื่อเจาะตลาดศักยภาพสูงอย่างสหรัฐอเมริกาและฮ่องกง เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและลดข้อจำกัดด้านฤดูกาล ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยี อาทิ เครื่องคัดแยกน้ำหนัก ที่เพิ่มความแม่นยำในการควบคุมสินค้า และระบบเป่าลมไล่ความชื้นที่สามารถลดระยะเวลาในกระ บวนการได้มากกว่า 50% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของ Supply Chain ผ่านการขยายเครือข่ายโรงคัดบรรจุ และการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ บริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยมุ่งลดความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่น และรักษาเสถียรภาพการเติบโตในทุกมิติของธุรกิจ ในด้านตลาด บริษัทฯ กระจายความเสี่ยงผ่านการขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการพัฒนา Product Diversification เพื่อสร้างสมดุลของรายได้ และลดการพึ่งพาสินค้าหรือกลุ่มลูกค้าใดกลุ่มหนึ่ง ด้านการจัดหาวัตถุดิบ บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ Secure Supply ผ่านการทำสัญญาแบบ Exclusive กับโรงคัดบรรจุที่ผ่านมาตรฐาน พร้อมจัดหาแหล่งสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความต่อเนื่องของสินค้า ด้านสภาพคล่องและเงินทุน บริษัทฯ กำหนดวงเงินมัดจำล่วงหน้าแก่คู่ค้าไม่เกิน 20% ของมูลค่าสัญญา พร้อมวางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการเติบโต ด้านความเสี่ยงจากปัจจัยภาย นอก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทฯ ดำเนินมาตรการเชิงรุกลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ เพื่อยกระดับการดูแลผลผลิต พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้สนับสนุนเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการเงิน บริษัทฯ บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยใช้นโยบายทำ Forward Contract ครอบคลุม 100% ของคำสั่งซื้อสกุลเงินต่างประเทศ ลดความผันผวนและสร้างความแน่นอนในผลตอบแทน แนวทางดังกล่าว สะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงเพื่อสร้างโอกาส ไม่เพียงป้องกันผลกระทบเชิงลบ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า บริษัทฯ พร้อมเติบโตภายใต้ทุกสภาวะตลาด
บริษัทฯ ได้รับรางวัล Fast Enterprise Award จาก Asia Pacific Enterprise Awards 2025 สะท้อนศักยภาพทั้งในด้านผลประกอบการ การบริหารจัดการ และความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับสากล
| ณ วันที่ 30/12/68 | NTF | AGRO | mai |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 5.92 | 19.78 | 60.23 |
| P/BV (เท่า) | 2.59 | 2.10 | 1.12 |
| Dividend yield (%) | - | 7.36 | 3.99 |
| 30/12/68 | - | - | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 1,240.00 | N/A | N/A |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 6.20 | N/A | N/A |
| P/E (เท่า) | 5.92 | N/A | N/A |
| P/BV (เท่า) | 2.59 | N/A | N/A |