PCE : บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
YE/2568 (ม.ค. - ธ.ค. 2568)
ภาพรวมธุรกิจ

บริษัทประกอบธุรกิจโดยการเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลัก 4 ธุรกิจ ดังนี้ 1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล และน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อการบริโภค 2) ธุรกิจให้บริการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ 3) กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางรถ 4) กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ

งบการเงิน
2568 2567 2566 2565
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 30,550.74 27,588.70 24,722.78 32,720.25
ค่าใช้จ่าย 30,200.40 26,804.05 24,196.46 32,412.41
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 308.32 624.55 310.73 -154.68
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 5,929.15 6,611.79 5,686.11 6,624.38
หนี้สิน 841.10 1,365.34 2,731.66 3,253.73
ส่วนผู้ถือหุ้น 5,088.05 5,230.44 2,954.45 3,370.66
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 1,016.86 -60.95 1,135.02 554.70
กิจกรรมลงทุน -595.58 87.12 20.15 302.32
กิจกรรมจัดหาเงิน -565.10 267.86 -1,159.96 -886.69
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.11 0.28 0.16 -0.13
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 2.77 4.71 4.39 3.52
อัตรากำไรสุทธิ (%) 1.02 2.29 1.34 0.66
D/E Ratio (เท่า) 0.17 0.26 0.92 0.97
ROE (%) 5.98 15.29 10.57 -
ROA (%) 5.59 12.75 7.52 3.90
แผนธุรกิจ

กลุ่มบริษัทฯมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจน้ำมันปาล์มโดยมีความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทานครบวงจรตั้งแต่การผลิตน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ การต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ไปยังอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน Oleochemical และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ตลอดจนมีความสามารถในการจัดเก็บ และส่งมอบผลิตภัณฑ์ทั้งทางบกและทางเรือไปสู่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างการเติบโตของธุรกิจผ่านการขยายโครงสร้างพื้นฐานในแนวราบและแนวดิ่งเพื่อให้เกิดศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งด้านต้นทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และการเข้าถึงโอกาสใหม่ในตลาด โดยมีการขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลักดังนี้

  1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากน้ำมันปาล์ม โดยเจาะกลุ่มอาหาร ได้แก่ น้ำมันพืชชนิดพิเศษ Shortening ผลิตภัณฑ์ทดแทนโกโก้ ช็อกโกแลต เป็นต้น และกลุ่มโอลิโอเคมี ได้แก่ วัตถุดิบทำสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม เวชสำอาง เป็นต้น
  2. สร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ผ่านการขยายกำลังการผลิตและพัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันปาล์ม สร้างโรงงานและเพิ่มจุดรับซื้อวัตถุดิบในพื้นที่ยุทธศาสตร์ พร้อมขยายความสามารถด้านโลจิสติกส์
  3. ธุรกิจสีเขียวไร้ของเสีย ให้ความสำคัญกับการปฎิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล มีการเพิ่มมูลค่า By Product และ Waste พร้อมทั้งหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในโรงงาน
  4. ยกระดับสู่พันธมิตรการค้าระดับโลก ผ่านการสร้างพันธมิตรกับนานาชาติใช้ Know-How เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเน้นขยายตลาดต่างประเทศ
แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

กลุ่มบริษัทฯมุ่งมั่นยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้นำในสังคมคาร์บอนต่ำ โดยยึดถือมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากลเป็นบรรทัดฐาน สอดคล้องกับแผนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยภายใต้แนวคิด NDC3.0 โดยกลุ่มบริษัทฯ มีหมุดหมายทางกลยุทธ์ดังนี้

  1. Net Zero Emissions 2050 มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมของประเทศ ปี 2065 สอดรับกับความตกลงปารีส (Paris Agreement) และความต้องการของนักลงทุนทั่วโลก
  2. Decarbonization Milestone กำหนดเป้าหมายระยะสั้นที่เข้มงวด โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 (ทางตรง) และ Scope 2 (ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) ลงอย่างน้อย 42% ภายในปี ค.ศ. 2035
Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท
  • บริษัทฯสามารถรักษาและขยายฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง สร้างการเติบโต โดยมีรายได้ทะลุกรอบ 3 หมื่นล้านบาทเป็นปีแรกตั้งแต่จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • การเติบโตนี้มาจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพสูงเจาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และการเร่งขยายตลาดส่งออก ลดการพึ่งพิงตลาดในประเทศ
  • บริษัทฯเป็นผู้นำการส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของประเทศไทย โดยในปี 2568 สามารถส่งออก CPO ไปยังตลาดโลกในปริมาณสูงถึง 285,189 ตัน ซึ่งคิดเป็น 23% ของการส่งออก CPO ทั้งหมด ของประเทศไทย
การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน
  1. บริษัทฯมีรายได้จากการขายและบริการรวม 30,316.1 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10.4% YoY โดยเติบโตจากปริมาณขายของผลิตภัณฑ์หลัก และการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง น้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPKO) และ กะลาปาล์ม (PKS) คุณภาพสูง มีการรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2568 
  2. บริษัทฯได้บันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 177.3 ล้านบาท ในงบการเงินประจำปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทฯได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและรอบคอบ
  3. บริษัทฯมีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 310.3 ล้านบาท ลดลงจากความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้รับแรงกดดันจากภาวะความไม่แน่นอนของนโยบายของผู้ผลิตน้ำมันปาล์มโลกและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
  4. บริษัทฯสามารถรักษาผลประกอบการที่เป็นบวกไว้ได้ และยังสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ สถานการณ์เศรษฐกิจ รวมไปถึงความต้องการของตลาด

(ข้อมูลเพิ่มเติม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2568)

พัฒนาการที่สำคัญ
  1. บริษัทฯได้เพิ่มกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 150 ตันต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน และอยู่ในขั้นตอนการขยายกำลังการผลิตโรงสกัดเฟส 3 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดเป็น 210 ตันต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันต่อวัน ในปี 2570
  2. บริษัทฯได้มีการชำระค่าหุ้นในบริษัทย่อย จำนวน 30.0 ล้านบาท ส่งผลให้จากเดิมบริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยดังกล่าวอยู่ที่ 98.2% เป็น 100.0%
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

บริษัทฯได้กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ และการตัดสินใจขององค์กร ซึ่งมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและนำกรอบมาตรฐาน COSO มาประยุกต์ใช้เพื่อระบุ ประเมิน และบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์สำคัญที่อาจเกิดขึ้น นโยบายนี้เน้นให้ทุกฝ่ายงานมีส่วนร่วมในการกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยงและแนวทางป้องกัน พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่กระตุ้นให้พนักงานทุกระดับรายงานความเสี่ยงทันทีที่พบเห็น ตลอดจนมีการทบทวนปัจจัยความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ครอบคลุมทั้งด้านกลยุทธ์ การปฏิบัติงาน การเงิน และกฎระเบียบ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

รางวัลและความสำเร็จที่ผ่านมาของบริษัท

รางวัลความสำเร็จของบริษัทฯ ที่สำคัญในปี 2568 มีดังนี้

  • ได้รับการรับรอง RSPO P&C (Principles & Criteria) จากบริษัท TUV NORD INTEGRA
  • ได้รับการรับรอง Green Gold Label (GGL) โดย Trans certification & inspection sdn. bhd.
  • ได้รับคัดเลือกเข้าทำเนียบ ESG Emerging List และ ESG100 ประจำปี พ.ศ.2568 ของสถาบันไทยพัฒน์
  • ได้รับมอบรางวัลเกียรติยศ ด้านการจัดการด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงกลยุทธ์ จาก Alpha Southeast Asia
  • ได้รับการจัดอันดับบริษัทที่มีรายได้สูงสุด 500 อันดับแรก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนิตยสาร Fortune 500
โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
รายได้จากการขาย 98.3% รายได้จากการให้บริการ 0.9% อื่นๆ 0.8%
ข้อมูลหลักทรัพย์
SET / AGRO / AGRI
ราคาปิด PCE SET index 4.00 2.50 1.00 1424.00 1270.67 1117.33 964.00 2-1-68 31-3-68 3-7-68 1-10-68 30-12-68
ณ วันที่ 30/12/68 PCE AGRI SET
P/E (เท่า) 13.30 9.54 15.44
P/BV (เท่า) 1.27 0.73 1.19
Dividend yield (%) 6.41 6.10 3.71
30/12/68 30/12/67 -
Market Cap (ลบ.) 6,435.00 8,250.00 N/A
ราคา (บาท/หุ้น) 2.34 3.00 N/A
P/E (เท่า) 13.30 16.13 N/A
P/BV (เท่า) 1.27 1.65 N/A
CG Report:
Company Rating:
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 31/12/2568
บริษัท พีซีอีพี โฮลดิ้ง จำกัด (35.31%)
PKSG HOLDING PTE. LTD. (29.82%)
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (3.02%)
นาง ประภาพรรณ ประสิทธิ์ศุภผล (2.55%)
นาย ประกิต ประสิทธิ์ศุภผล (2.18%)
อื่น ๆ (27.12%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
https://www.pce-th.com
ir@pce-th.com
077-947-300
เลขที่ 99/19 หมู่ที่ 4 ถนนกาญจนวิถี ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี 84000
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=PCE
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย