88TH : บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
3M/2569 (ม.ค. - มี.ค. 2569)
ภาพรวมธุรกิจ

บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ("88TH") ก่อตั้งเมื่อปี 2558 เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายใต้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) โดยมีทุนจดทะเบียน 212.50 ล้านบาท

งบการเงิน
3M69 3M68 2568 2567
งบกำไรขาดทุน (ลบ.)
รายได้ 164.67   658.78 479.08
ค่าใช้จ่าย 137.10   531.43 407.29
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 21.90   101.00 55.77
งบแสดงฐานะทางการเงิน (ลบ.)
สินทรัพย์ 602.63   555.44 282.86
หนี้สิน 94.09   68.81 61.75
ส่วนผู้ถือหุ้น 508.54   486.64 221.11
งบกระแสเงินสด (ลบ.)
กิจกรรมดำเนินงาน 26.56   117.14 33.55
กิจกรรมลงทุน -0.33   -1.35 2.78
กิจกรรมจัดหาเงิน -1.62   157.25 -17.66
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
กำไรต่อหุ้น (บาท) 0.10   0.56 0.34
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 67.42   68.80 68.68
อัตรากำไรสุทธิ (%) 13.30   15.33 11.64
D/E Ratio (เท่า) 0.19   0.14 0.28
ROE (%) 19.27   28.54 25.22
ROA (%) 20.50   30.38 25.38
แผนธุรกิจ

ในปี 2569 บริษัทวางกลยุทธ์การเติบโตบน 3 แกนหลัก ได้แก่

1. การพัฒนาและขยายแบรนด์ LYO อย่างต่อเนื่องในฐานะแบรนด์หลักของบริษัท

2. การขยายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยในปีนี้จะมุ่งเน้นประเทศจีนและฮ่องกง ซึ่งได้ลงนามความร่วมมือแล้ว อยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาตลาดในประเทศอื่นเพิ่มเติม

3. การขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยงภายใต้บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด ("บริษัทย่อย") ในตลาดที่มีมูลค่าสูงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว

ในด้านการตลาด บริษัทดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกควบคู่กับการบริหารอย่างมีวินัย โดยให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจและบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทใช้แนวทางการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร (Integrated Marketing Communication) เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต

ปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว การดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ ตลอดจนความเปราะบางเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายภาครัฐ ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีลักษณะเป็นการประคองตัวมากกว่าการขยายตัวในระดับเร่งตัว

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการได้รับแรงสนับสนุนจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รวมถึงมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และคาดว่าจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกเติบโตต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

Highlight ที่น่าสนใจของบริษัท

ปัจจุบันบริษัทฯ มีการจัดจำหน่ายจำนวน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้ 3 แบรนด์ ได้แก่

1. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "LYO" (ไลโอ) เริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวดผมและแฮร์โทนิคลดผมขาดร่วง (LYO Anti-Hair Loss) ที่มีสารสกัดเฉพาะในการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อลดผมขาดหลุดร่วง ช่วยให้ผมหนาขึ้น และช่วยให้เส้นผมที่เกิดใหม่แข็งแรง โดยต่อมาบริษัทฯ ได้ขยายประเภทผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "LYO" เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามากขึ้นไปยังผลิตภัณฑ์แชมพูปิดผมขาว (LYO Hair Color) และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสารสกัดสมุนไพร (LYO Herbal)

2. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "Hone" (โฮน) เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้น ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ฟื้นบำรุงให้หน้าดูอ่อนเยาว์ ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เซรั่ม (Hone Serum) และครีมกันแดด (Hone Sunscreen)

3. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "ver.88" (เวอร์.88) เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ด้วยเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์แป้งผสมรองพื้นเนื้อนุ่ม ชุ่มชื้น หรือแป้ง

ดินน้ำมันที่ได้รับความนิยม และได้ขยายประเภทผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "ver.88" ไปยังรองพื้น คุชชั่น บลัชเชอร์ ลิปสติก ลิปออยล์ อายไลเนอร์ และดินสอเขียนคิ้ว เป็นต้น

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงาน

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการลดลง 4 ล้านบาท จาก 169 ล้านบาท เป็น 165 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายผลิตภัณฑ์ LYO Herbal และ LYO Hair Color ที่ลดลง โดยเฉพาะในช่องทางตัวแทนจำหน่าย อย่างไรก็ตาม รายได้จากผลิตภัณฑ์ LYO Anti-Hair Loss, LYO My Color และรายได้จากการให้บริการอื่นปรับตัวเพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน ขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 66% เป็น 67% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาดเพื่อสนับสนุนการเปิดตัวสินค้าใหม่ LYO My Color รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทย่อยและการดำเนินงาน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 10 ล้านบาท จาก 32 ล้านบาท เป็น 22 ล้านบาท

พัฒนาการที่สำคัญ

2569 : จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด ("บริษัทย่อย") ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจการค้า อาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง  รวมถึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแฮร์แคร์ แชมพูเปลี่ยนสีผม "LYO My Color"

2568 : เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับองค์กรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

2567 : เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “LYO Herbal” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

2565 : เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดีโอเค สกิน จำกัด ("บริษัทย่อย") ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ซึ่งดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบครบวงจรภายใต้แบรนด์ของลูกค้า รวมถึงมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "LYO Hair Color" และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skin Care) ภายใต้แบรนด์ “โฮน (HONE)” เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและกระจายความเสี่ยงด้านรายได้

2563 : เข้าซื้อแบรนด์ “LYO” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโต

2558 : พัฒนาแบรนด์เครื่องสำอางของตนเองในชื่อ “ver. 88” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนจากการเป็นผู้นำเข้าสู่การสร้างแบรนด์ของตนเองและวางรากฐานธุรกิจในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ

ความเสี่ยงจากการด้อยค่าหรือล้าสมัยของสินค้าคงเหลือ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการวางแผนการสั่งผลิตให้สอดคล้องกับแผนการขายสินค้า รวมถึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการคลัง สินค้าภายใต้ระบบการบริหารจัดการเข้าก่อนออกก่อน (First In First Out: FIFO) มีการติดแถบป้ายบ่งชี้ข้อมูล (ของสินค้าแต่ละประเภท) และแบ่งพื้นที่สำหรับจัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วน รวมถึงมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์อายุสินค้าคงเหลือ (Aging Stock Report) ประกอบการพิจารณาแผนการจัดจำหน่ายของบริษัทฯ แผนการสั่งผลิตและแผนบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นประจำทุกเดือน

โครงสร้างรายได้ตามประเภทธุรกิจ
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 83.04% ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 6.05% ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง 0.46% รายได้จากการขายและบริการอื่น 10.45%
ข้อมูลหลักทรัพย์
mai / CONSUMP
ราคาปิด 88TH mai index 10.00 5.00 0.00 271.00 244.00 217.00 190.00 1-4-68 4-7-68 2-10-68 5-1-69 31-3-69
ณ วันที่ 31/03/69 88TH CONSUMP mai
P/E (เท่า) 10.39 38.96 398.41
P/BV (เท่า) 2.16 0.88 1.12
Dividend yield (%) 3.74 4.41 3.69
31/03/69 30/12/68 -
Market Cap (ลบ.) 1,049.75 935.00 N/A
ราคา (บาท/หุ้น) 4.94 4.40 N/A
P/E (เท่า) 10.39 9.43 N/A
P/BV (เท่า) 2.16 2.03 N/A
CG Report:
-
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ณ วันที่ 13/03/2569
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเกียรตินาคินภัทร จำกัด(วัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติตามพ.ร.บ.การจัดการหุ้นฯพ.ศ.2543ของนายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ) (18.82%)
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)(วัตถุประสงค์เพื่อตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นฯ พ.ศ.2543 ของนายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ) (13.85%)
น.ส. สิริลักษณ์ อรุณเนตรทอง (12.71%)
อิลคาโนะ พีทีอี. แอลทีดี. (8.00%)
น.ส. นพรัตน์ มาลัยวงค์ (8.00%)
อื่น ๆ (38.62%)
ช่องทางการติดต่อบริษัท
http://www.88thailand.co.th
ir@88thailand.co.th
0-2326-8888
เลขที่ 48 ตรอก/ซอย สังคมสงเคราะห์ 8 ตำบล/แขวง ลาดพร้าว อำเภอ/เขต ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
ข้อมูลการซื้อขายอื่น ๆ : https://www.settrade.com/C04_01_stock_quote_p1.jsp?txtSymbol=88TH
หมายเหตุ : เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนแก่ผู้ลงทุนเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น บริษัทจดทะเบียนไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนใด ๆ ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยก่อนการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและควรขอรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายจากการนำข้อมูลที่ปรากฏนี้ไปใช้ในทุกกรณี และบริษัทจดทะเบียนสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ใดนำเอกสารหรือข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจดทะเบียนก่อน หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรายงานหรือสารสนเทศที่บริษัทได้เผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย