บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ERW) หรือ “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” เป็นผู้ลงทุนและพัฒนาธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ โดยประกอบธุรกิจโรงแรมด้วยมาตรฐานระดับสากลครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมระดับ 5 ดาวถึงโรงแรมระดับบัดเจ็ท และยังมีแผนขยายการลงทุนไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.theerawan.com
| 3M69 | 3M68 | 2568 | 2567 |
|---|
| รายได้ | 2,255.22 | 2,135.66 | 7,937.39 | 8,053.93 |
| ค่าใช้จ่าย | 1,694.43 | 1,602.57 | 6,363.13 | 6,267.79 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 375.55 | 345.38 | 838.09 | 1,280.74 |
| สินทรัพย์ | 26,333.47 | 25,917.30 | 26,459.93 | 26,246.08 |
| หนี้สิน | 16,126.35 | 15,998.12 | 16,672.76 | 16,754.27 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 9,368.45 | 9,111.49 | 8,966.99 | 8,711.79 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 688.53 | 565.88 | 2,386.26 | 2,818.35 |
| กิจกรรมลงทุน | -960.98 | -247.96 | -1,047.86 | -2,682.80 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -527.80 | -733.40 | -986.16 | 285.69 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.08 | 0.07 | 0.17 | 0.27 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 61.74 | 60.67 | 58.70 | 58.38 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 17.35 | 16.98 | 11.40 | 16.30 |
| D/E Ratio (เท่า) | 1.58 | 1.61 | 1.70 | 1.77 |
| ROE (%) | 9.40 | 15.22 | 9.48 | 17.03 |
| ROA (%) | 6.13 | 7.86 | 5.97 | 8.11 |
บริษัทฯ สร้างความสมดุลในพอร์ตการลงทุนผ่านการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯมี โรงแรมระดับ 5 ดาว ถึงชั้นประหยัด ภายใต้แบรนด์ระดับสากลและตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในประเทศ ไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งรองรับกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในณะที่โรงแรมระดับบัดเจ็ท ภายใต้แบรนด์ “ฮ็อป อินน์” ยังคงมีฐานลูกค้าในประเทศมี่แข็งแกร่งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ และได้ขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเริ่มเปิดดำเนินงานในประเทศเกาหลีใต้ในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2569 นอกเหนือจากกลยุทธ์ด้านทำเลที่ตั้งบริษัทฯมุ่งเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปรับปรุงและบำรุงรักษาสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และบริษัทฯยังแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีแผนพัฒนาโครงการโรงแรมบนที่ดินเช่าระยะยาวบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์และอโศก รวมถึงขยายการลงทุนในกลุ่มโรงแรม ฮ็อปอินน์ อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม รักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทั้งในประเทศไทย และประเทศฟิลิปปินส์ และขยายฐานลูกค้าภายในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก
ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.theerawan.com/th/sustainability/home
ในไตรมาส 1/69 บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ทำผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสแรก สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การเติบโตและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพอร์ตโฟลิโอที่มีความหลากหลาย โรงแรมระดับระดับ 5 ดาวจนถึงชั้นประหยัดมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม 2569 รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกัน กลุ่มโรงแรมระดับบัดเจ็ทยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีผลการดำเนินงานดีในทุกประเทศ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้รวมก่อนรายการพิเศษ 2,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรระดับ EBITDA ก่อนรายการพิเศษ 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ขณะที่กำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษ 388 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ทั้งนี้ หลังรวมค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนดสัญญาจำนวน 13 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารต้นทุนทางการเงินในระยะยาว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 375 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาส 1/68
ธุรกิจโรงแรม (เปรียบเทียบ ไตรมาส 1/68 และ 1/69)
1.1 กลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวจนถึงชั้นประหยัด
รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 4 ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยทรงตัว และรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 โดยรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มอยู่ที่ 389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และกำไรระดับ EBITDA 660 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5
1.2 กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ประเทศไทย
รายได้จากการดำเนินงานรวม 328 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และกำไรระดับ EBITDA 162 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24
1.3 กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ประเทศฟิลิปปินส์
รายได้จากการดำเนินงานรวม 116 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 ขณะที่รายได้ในสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 และกำไรระดับ EBITDA อยู่ที่ 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5
1.4 กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ประเทศญี่ปุ่น
รายได้จากการดำเนินงานรวม 74 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 ขณะที่รายได้ในสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4 และกำไรระดับ EBITDA 35 ล้านบาท
ลดลงร้อยละ 13
1.5 กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ประเทศเกาหลีใต้
เปิดให้บริการโรงแรมสาขา เมียงดง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการลงทุนแห่งแรกของบริษัทฯ ในประเทศเกาหลีใต้ มีจำนวนห้องพักรวม 97 ห้อง และได้รับตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่และบริหารอาคาร
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริการ อาคารเอราวัณ แบงค็อก ซึ่งเป็นศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ตั้งอยู่ติดกับ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยในไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจพื้นที่เช่าและงานบริหารอาคารรวม 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาส 1/68
ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.theerawan.com/th/investor-relations/document/quarterly-results
บริษัทฯ เริ่มเข้าดำเนินธุรกิจโรงแรมในประเทศเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก ผ่านการเปิดให้บริการโรงแรม ฮ็อป อินน์ ประเทศเกาหลีใต้ สาขาเมียงดง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งมีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 97 ห้อง การเปิดดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรม ฮ็อป อินน์ ไปยังตลาดใหม่ในต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการโรงแรมฮ็อป อินน์ในประเทศไทยเพิ่มเติมอีก 2 สาขา ได้แก่ ทุ่งสง และ ชลบุรี-
บ่อวิน รวมจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 246 ห้อง ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/69 บริษัทฯ มีโรงแรมรวม 106 แห่ง และจำนวนห้องพักทั้งหมด 12,578 ห้อง
ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.theerawan.com/th/corporate-governance/risk-management-and-internal-control
ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.theerawan.com/th/our-pride
| ณ วันที่ 31/03/69 | ERW | TOURISM | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 14.23 | 21.84 | 16.56 |
| P/BV (เท่า) | 1.33 | 1.27 | 1.36 |
| Dividend yield (%) | 2.87 | 2.70 | 4.41 |
| 31/03/69 | 30/12/68 | 30/12/67 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 11,924.11 | 11,924.11 | 18,668.07 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 2.44 | 2.44 | 3.82 |
| P/E (เท่า) | 14.23 | 14.15 | 16.72 |
| P/BV (เท่า) | 1.33 | 1.37 | 2.40 |