ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยมีแรงกดดันหลักจากต้นทุนการดำเนินงานและค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานสินค้าต้นน้ำหลายประเภท ขณะเดียวกัน กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับเปราะบาง ประกอบกับการปรับเงื่อนไขของประกันสุขภาพเอกชนที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้รับบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก และมีแนวโน้มชะลอการรักษาในกลุ่มโรคที่ไม่ซับซ้อน หรือเลือกใช้บริการภายใต้สิทธิประกันสุขภาพภาครัฐมากขึ้นเพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าว
| 3M69 | 3M68 | 2568 | 2567 |
|---|
| รายได้ | 5,454.87 | 2,781.54 | 15,160.04 | 10,228.87 |
| ค่าใช้จ่าย | 5,042.74 | 2,413.08 | 13,527.73 | 8,972.97 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 245.20 | 344.28 | 2,797.81 | 727.83 |
| สินทรัพย์ | 63,829.11 | 40,510.04 | 63,748.08 | 41,290.46 |
| หนี้สิน | 23,576.07 | 13,627.43 | 23,957.73 | 14,350.35 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 22,200.66 | 18,405.84 | 21,804.35 | 18,406.20 |
| กิจกรรมดำเนินงาน | 770.05 | 546.80 | 2,551.81 | 1,649.23 |
| กิจกรรมลงทุน | -483.77 | -59.08 | 2,591.83 | -921.06 |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | -482.85 | -733.22 | -3,607.11 | -930.24 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.20 | 0.29 | 2.33 | 0.61 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 22.89 | 23.23 | 25.00 | 23.67 |
| อัตรากำไรสุทธิ (%) | 5.84 | 13.33 | 20.10 | 6.77 |
| D/E Ratio (เท่า) | 0.59 | 0.51 | 0.60 | 0.53 |
| ROE (%) | 13.29 | 3.93 | 13.92 | 3.94 |
| ROA (%) | 7.62 | 3.21 | 7.55 | 3.18 |
ในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นกลยุทธ์ "การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน" เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและต้นทุน ดังนี้
บริหารจัดการต้นทุน: คุมเข้มห่วงโซ่อุปทาน จัดซื้อล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านราคา และบริหารสต็อกยาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ขยายฐานลูกค้า: มุ่งเน้นกลุ่มดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
ผสานพลังเครือข่าย: ใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่าง 4 กลุ่มโรงพยาบาล (รามคำแหง, วิภาราม, เชียงใหม่ราม, ธนบุรี) ผ่านศูนย์บริการร่วม (Shared Service Center) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ยกระดับการแพทย์: พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE) เฉพาะทาง พร้อมรักษาสมดุลรายได้จากผู้ป่วยทุกกลุ่มเพื่อความมั่นคงทางการเงิน
โดยบริษัทฯ คาดการณ์ผลงานในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล และจะเร่งทำตลาดเชิงรุกในไตรมาส 3-4 ซึ่งเป็นช่วง High Season โดยเน้นกลุ่มโรคซับซ้อนเพื่อดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่อง
บริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญกับ ESG ในฐานะการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สร้างคุณค่าและผลตอบแทนในระยะยาว และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ระยะสั้น (2569): จัดทำรายงาน Carbon Footprint ย้อนหลัง 3 ปี, ตั้งเป้าหมายก๊าซเรือนกระจก, ยื่น FTSE Russell, เปิดเผยสถิติความปลอดภัย (OHS), และจัดทำกรอบสิทธิมนุษยชน (HRDD) รวมถึงประมวลจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier ESG Code)
ระยะกลาง 1 (2570): เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานด้วย Solar Rooftop และไฟ LED, ยื่นรับรอง ISO 14001, พร้อมเปิดเผยข้อมูล TCFD (บางส่วน)
ระยะกลาง 2 (2571): ติดตั้งระบบแอร์ประหยัดพลังงาน (VRF), ตรวจสอบ GHG โดยหน่วยงานภายนอก, เปิดเผยข้อมูล TCFD เต็มรูปแบบ และยกระดับบริการทางคลินิก
ระยะยาว (2572): วาง Roadmap สู่ Net-Zero ปี 2593, ยกระดับ ESG Rating ให้ได้ ≥ 3/5 ทุกด้าน, เปิดเผยข้อมูล Scope 3 ครบถ้วน และมุ่งติดอันดับ FTSE4Good Thailand
บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ RAM 2.0 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างความได้เปรียบจากการเชื่อมโยงเครือข่าย (Hospital Network) อย่างเต็มศักยภาพ ภายหลังการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“THG”) และ บริษัท โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม จำกัด (“CMH”) ซึ่งช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน และส่งต่อความเชี่ยวชาญทางการแพทย์มูลค่าสูง (High-Value Services) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บริษัทฯ รายงานรายได้จากกิจการโรงพยาบาลรวมประจำไตรมาส 1/2569 จำนวน 4,928.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 117.7 สาเหตุหลักจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทร่วม (THG และ CMH) จนเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทย่อย ทำให้มีการรับรู้รายได้ในงบการเงินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ หากพิจารณาผลการดำเนินงานโดยไม่รวม THG และ CMH บริษัทฯ จะมีรายได้กิจการโรงพยาบาลรวมจำนวน 2,324.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 โดยหลักจากรายได้ของกลุ่มโรงพยาบาลวิภารามที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 จากการเติบโตของผู้ป่วยในทุกสิทธิ์การรักษา โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการปรับเงื่อนไขของประกันสุขภาพเอกชนที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเข้ารับบริการประเภทผู้ป่วยในของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปโดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั่วไปที่เข้ารับการรักษากลุ่มโรคซับซ้อนยังคงเติบโตซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความไว้วางใจจากผู้รับบริการ
อ้างอิง:งบการเงินและคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ | โรงพยาบาลรามคำแหง (RAM)
มกราคม 2569
กุมภาพันธ์ 2569
มีนาคม 2569
บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินโครงการลงทุนต่างๆ จะสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการเร่งพัฒนาโครงการตามเป้าหมาย และการทบทวนกลยุทธ์ในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ดังนี้
โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการ โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการภายในปี 2569 ทั้งนี้ การดำเนินงานจะเป็นไปตามแผนงานก่อสร้าง การจัดเตรียมบุคลากร ระบบปฏิบัติการ และมาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลมหาสารคาม-ราม และ โรงพยาบาลน่าน-ราม บริษัทฯ ได้พิจารณาชะลอการดำเนินโครงการก่อสร้างเป็นการชั่วคราว เพื่อทบทวนความเหมาะสมของโครงการให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ
โรงพยาบาลรามคำแหง 3 จากปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินของพื้นที่โครงการ ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อยกเลิกสัญญาที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องคืนเงินมัดจำ รวมถึงค่าเสียหายอื่น ๆ ตามสิทธิ
| ณ วันที่ 31/03/69 | RAM | HELTH | SET |
|---|---|---|---|
| P/E (เท่า) | 7.93 | 16.49 | 16.56 |
| P/BV (เท่า) | 1.02 | 2.32 | 1.36 |
| Dividend yield (%) | 0.54 | 5.14 | 4.41 |
| 31/03/69 | 30/12/68 | 30/12/67 | |
|---|---|---|---|
| Market Cap (ลบ.) | 22,200.00 | 22,080.00 | 27,120.00 |
| ราคา (บาท/หุ้น) | 18.50 | 18.40 | 22.60 |
| P/E (เท่า) | 7.93 | 33.96 | 20.99 |
| P/BV (เท่า) | 1.02 | 1.13 | 1.43 |